พาเที่ยว Scotland 6 เมือง 12 มหาลัย ตอนที่ 1 - พบกับอเบอร์ดีน เชียงใหม่แห่งสก็อตแลนด์ [Aberdeen-Stirling-Dundee-St Andrews-Edinburgh-Glasgow]

News & Events | ข่าวสารกิจกรรม
พาเที่ยว Scotland 6 เมือง 12 มหาลัย ตอนที่ 1 - พบกับอเบอร์ดีน เชียงใหม่แห่งสก็อตแลนด์ [Aberdeen-Stirling-Dundee-St Andrews-Edinburgh-Glasgow]

ชื่อเฟิร์นนะคะ ^^ เริ่มต้นจากการที่เรามีโอกาสได้ไป meeting ในสก็อตแลนด์ค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นครั้งแรกที่เดินทางมาอย่างเป็นทางการ ... ในการเดินทางโดยยานพาหนะที่ลอยสูงเหนือพื้นดินกว่า 30,000 ฟุต ครั้งแรก...ในการออกไปเผชิญโลกกว้างถึงต่างแดน และครั้งแรก...ในการเดินทางคนเดียว ไปเหนือสุดของสหราชอาณาจักร

การเตรียมเสื้อผ้าและของใช้ต่าง ๆ ซึ่งขั้นตอนนี้เราก็เตรียมมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่แรก ๆ ค่ะ พวกเสื้อผ้าเราเตรียมหาพร้อมกับดูสภาพอากาศที่นู่นไปด้วยค่ะ เพราะช่วงกุมภาถึงประมาณกลาง ๆ มีนาอุณหภูมิจะยังต่ำอยู่มาก เลยมาเช็คช่วงใกล้ๆ บินอีกทีอุณหภูมิก็สูงขึ้นมาหน่อย หลักๆ เราก็จะเน้นเป็นสเวตเตอร์ซะหมดแล้วก็เอาโค้ทหนา ๆ ติดไปด้วย อีกอย่างนึงเลยที่มีไปด้วยก็จะดีมากนั่นก็คือฮีทเทคค่ะ (สำหรับบางคนอาจจะไม่ต้องใช้ก็ได้ค่ะ /แข็งแกร่ง ฮ่าๆ) แต่เราใส่ค่ะทั้งชิ้นบนชิ้นล่างเพราะเป็นคนขี้หนาว แล้วที่นู่นคือลมแรงและเย็นมว๊ากกกก เจอปะทะนาน ๆ มีหน้าชามือชาเลยค่ะ แต่บางที่บางวันก็เย็นสบายชิว ๆ แล้วก็แนะนำให้ใส่แบบหลาย ๆ ชิ้นเอาค่ะ เพราะสภาพอากาศที่นู่นแปรปรวนมาก ไปมีตติ้งกับแต่ละเมืองแล้วแทบจะบอกเป็นเสียงเดียวกันหมดเลยว่าหนึ่งวันในสก็อตแลนด์อาจจะมี 4 ฤดู ตอนแรกไม่ค่อยเชื่ออะไรมากเท่าไหร่จนกระทั่งเจอเองก็คือ หลู่เหลื่องเลย /ฮ่าๆ

เกริ่นมาสักพักแล้วก็คิดว่าน่าจะได้เวลาลากเข้าช่วงออกเดินทางกันเลยดีกว่าค่ะ เราบินวันเสาร์ที่ 23 มีนาคม กับ British Airways ค่ะ ช่วง 11 โมงกว่า และอีก 12 ชั่วโมงหลังจากนั้นจะต้องลงสนามบิน Heathrow ที่ลอนดอนก่อนเพื่อต่อเครื่องไป Aberdeen ตามหลักแล้วถ้าเครื่องออกตามเวลาเดิมเราจะไปถึงเมือง Aberdeen ราว ๆ สามทุ่ม (เวลา UK) แต่เพราะดีเลย์ไปประมาณสองชั่วโมงตั้งแต่กรุงเทพฯ กว่าจะถึงลอนดอนก็กลายเป็นเวลาที่ควรจะถึง Aberdeen แทนซะงั้น ซึ่งนั่นทำให้เราต้องไปบินอีกไฟลท์ในตอนเช้าวันถัดไป แต่ไม่ได้นอนที่สนามบินนะคะ ทางสายการบินเป็นคนดูแลเรื่องที่พักและอาหารให้ … เดินทางเองคนเดียวครั้งแรกก็เจอแบบนี้ทำเราแอบเคว้งเลยค่ะ /ฮา

เนื่องจากอันตัวเรานั้นไม่ใช่คนที่อยู่ในกลุ่ม UK Citizen สิ่งที่เราต้องทำก็คือกรอกใบ ตม นั่นเอง อันนี้เราแนะนำให้เขียนเก็บไว้ตั้งแต่อยู่บนเครื่องเลยก็ได้ค่ะ ลงเครื่องมาแล้วจะได้ไม่เสียเวลา ใบนี้สามารถขอได้จากแอร์ฯตั้งแต่บนเครื่องหรือจะลงมาก็มีให้อีกที่คือเคาน์เตอร์หน้าส่วน ตม ค่ะ ข้อมูลที่ต้องกรอกไม่มีอะไรมากนอกจากข้อมูลเราและมาทำอะไร พักที่ไหน รายละเอียดการบินเล็กน้อย ทั้งหมดเขียนเป็นภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่นะคะ

ด่านตรวจคนเข้าเมืองก็จะมีแยกเป็นสองฝั่งค่ะ ฝั่ง UK Passport และนานาชาติ เราก็เข้าไปต่อแถวนานาชาติ ใช้เวลาไม่นานมากเท่าไหร่ก็ถึงคิวเราค่ะ ตอนโดนเรียกไปที่เคาน์เตอร์ว่างนี่ใจแอบเต้นแรง กลัวเขาถามเยอะค่ะ 555 แต่ปรากฏว่าก็ผ่านมาได้ด้วยไม่กี่คำถามค่ะ หลัก ๆ ก็มาทำอะไร อยู่นานแค่ไหน ของเราโดนถามถึงเรื่องพลาดไฟลท์ด้วย เขาก็แบบทำไมตกเครื่อง แล้วนี่คืนนี้จะพักที่ไหนอะไรยังไง เราก็ตอบไปตามตรงว่าไฟลท์มาลอนดอนมันดีเลย์และยื่นเอกสารที่พักที่ทาง BA จัดการให้เจ้าหน้าที่ดูค่ะ เขาก็ตอบรับแล้วก็ถามนู่นนี่อีกนิดหน่อยก็ปั๊มตราประทับให้เป็นอันเรียบร้อย...ก้าวเท้าเข้าไปลอนดอน

วินาทีแรกที่ออกมาจากตัวอาคารสนามบิน สิ่งแรกที่สัมผัสได้เลยและปะทะไปเต็ม ๆ คือลมที่เย็นจนมีความคิดที่โผล่ขึ้นมาในหัวคือ...อ่า เราไม่ได้อยู่ที่ไทยแล้วจริง ๆ สินะ เพราะอากาศเย็นมว๊ากก แล้วตอนนั้นไม่ได้หยิบโค้ทติดมาด้วยค่ะ อยู่ในกระเป๋าใหญ่โหลดลงเครื่องและไม่ได้รับระหว่างทาง เราจะรับกระเป๋าอีกทีคือปลายทางตอนถึง Aberdeen เลย เราจึงมีแค่สูทที่สวมทับสเวตเตอร์ตัวเดียว ยืนรอ Shuffle Bus ตรงช่องหมายเลขตามที่เขาให้มาสักพักก็มีรถมาจอดรับค่ะ จากนั้นจึงพาเราและอีกประมาณ 5-6 คนไปส่งตามที่พัก และราว ๆ ตีห้าครึ่งเราก็เก็บของออกมารอ Shuffle Bus เพื่อจะกลับไปสนามบินให้ทันไฟลท์เช้าค่ะ

 


บรรยากาศหน้าที่พักในช่วงเช้ามืด, ลอนดอน

 

เมื่อ Shuffle Bus จากสนามบินจอดส่งเราหน้าที่พัก เราก็จัดการมื้อเย็นที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้และพักผ่อนทันที ตอนเช้าเราก็รีบออกแต่เช้าค่ะ พอถึงสนามบินแล้วก็ต้องนั่งแกร่วรอ Gate แสดงขึ้นบนบอร์ด ตามเวลาบนนั้นคือจะแสดง Gate ก่อนเวลา Boarding 10 นาทีค่ะ ระหว่างรอก็เดินดูนู่นนี่ไปเรื่อย ตอนเข้าสนามบินมาคนน้อยมาก แต่พอเดินเข้ามาถึง Gate A ก็คนเย๊อะมว๊ากจนลายตาไปหมด

 

 

 

และนี่คือตรงที่เรานั่งรอจอแสดง Gate ค่ะ นั่งมองเพลินเลย เห็นแล้วก็อยากเดินเข้าไปมาก ๆ แต่ก็กลัวกระเป๋าตังค์จะบางไปซะก่อน

 

 

พอถึงเวลาก็ไปขึ้นเครื่องเรียบร้อย… 1 ชั่วโมงกว่า ๆ จากนี้คือเราหลับค่ะ คอพับคออ่อนเลย ทั้งที่ก็เพิ่งตื่นจากโรงแรมมาแต่พอ take off ปุ๊บก็หลับปั๊บ 555

ในที่สุดก็ถึงแบ้ววว...Aberdeen จุดหมายแรกในทริปนี้ของเรานั่นเอง ตอนลงเครื่องมาก็แทบไม่ต้องทำอะไรเลยค่ะ ด้วยความที่เราลง London ก่อนมานี่ ก็เลยไม่จำเป็นต้องเขียนใบหรือผ่านด่าน ตม. อีก เดินตามทางลูกศร UK Arrivals และก็ตรงไปรับกระเป๋าได้เลย

ออกมาจากสนามบินก็สภาพเดิมกับตอนออกจากฮีทโธรว์เลยค่ะ...เย็นจัง เดินไปรอแท็กซี่ตรงจุดเรียกแบบยืนนิ่งไม่ได้เลย (เราขี้หนาวด้วย พอมาเจอเย็น ๆ แบบนี้เลยรู้สึกเหมือนปรับตัวปุบปับสุด) คุณลุงคนขับใจดีมากๆค่ะ friendly มากๆในแบบฉบับของคนสก็อตเลย แกชวนคุยเป็นพัก ๆ และจากการนั่งแท็กซี่ทุกครั้งใน Aberdeen ถ้าคนขับรู้ว่าเรามาทำงานก็จะถามทันทีว่า เป็นบริษัทเกี่ยวกับพวกอุตสาหกรรม oil and gas หรือเปล่า” แบบนี้ได้ยินจนชินเลยค่ะ ด้วยเพราะเมืองนี้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมพลังงานของยุโรป และเป็นที่ตั้งของบริษัททางด้านพลังงานมากกว่า 200 แห่ง เลยไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ที่โดนถามแบบนี้ตลอด ที่นี่มีมหาวิทยาลัยหลักๆสองแห่งคือ University of Aberdeen กับ Robert Gordon University 

เอาล่ะ ๆ ถึงแล้วที่พักสำหรับการอยู่ในเมือง Aberdeen เราพักโรงแรมชื่อ Jurys Inn ซึ่งอยู่บนชั้นสองของ Union Square ค่ะ


 

พอเดินเข้ามาก็เลี้ยวซ้ายไปขึ้นลิฟต์ได้เลย เราเช็กอินเข้าห้อง ทานมื้อเช้าและเก็บของเรียบร้อยแล้วก็...นอนพักค่ะ พักงีบประมาณสองชั่วโมง 555 ก่อนจะเริ่มเดินสำรวจในตัว Union Square ดูเรื่อย ๆ ก่อน ซึ่งก็ดูเหมือนเป็นห้างสรรพสินค้าทั่วไปค่ะ...มีสองชั้น แต่ว่าตรงใต้บันไดกลางมีแสดงโชว์เปียโนด้วย

หลังจากนั้นเราก็หาอะไรกินค่ะ ซึ่งร้านอาหารที่เลือกก็คือ...Thaikhun ร้านอาหารไทยค่ะ 555 ไปถึงนู่นแต่มื้อแรกดันคิดถึงอาหารไทยก่อนเลยอ่า เราสั่งผัดไทกุ้งสด...ได้เยอะมาก กุ้งเยอะมาก (กินไม่หมด) ในราคา 11.50 ปอนด์ หรือราว ๆ 400 กว่าบาทนั่นเอง ตาโตเลยค่ะตอนคิดเลข คือก็พอรู้อยู่แล้วว่าเรื่องเรทเงินนี่ก็พอตัว แต่พอคิดออกมาจริง ๆ มันก็แบบ...โอ้โห ผัดไทสี่ร้อย 5555

 

 

 

กินเสร็จก็เดินรอบ ๆ Union Square กินลมชมวิวไปเรื่อย สถานีรถไฟจะอยู่ติดกับที่นี่และสามารถเดินผ่านประตูเชื่อมจากในตัวอาคารไปได้เลยค่ะ จริง ๆ ก็สามารถสังเกตเห็นได้ตั้งแต่เดินเข้ามาตอนแรกเลยเพราะจะอยู่ทางด้านขวามือ บรรยากาศดีมากๆเลย
 

 

ประมาณห้าโมงเย็นเราก็กลับเข้าห้องค่ะ ณ เวลานั้นผู้คนก็เริ่มบางตาลงแล้ว อาจจะด้วยเพราะมืดเร็วคนก็เลยกลับบ้านกันเร็วค่ะ ราว ๆ หกโมงก็แทบไม่ค่อยเห็นคนตามถนนแล้ว เพราะคนที่นี่ชอบกลับไปทำกับข้าวทานกันเองในบ้านมื้อเย็น (นักเรียนไทยก็เช่นกัน) ส่วนเราอยู่ห้องก็เตรียมตัวสำหรับ meeting ในวันถัดไป นอนดูทีวีไปเรื่อยเปื่อย

รุ่งเช้าหลังจากเราทานมื้อเช้าเสร็จก็เก็บของแล้วไปเช็กเอาท์พร้อมฝากกระเป๋าไว้กับ reception ก่อนค่ะ เราเลือกนั่งรถเมล์ไปมหาวิทยาลัย Aberdeen ค่ะ ราคาจะอยู่ที่ 2 ปอนด์กว่า ซึ่งเราให้เป็นเหรียญไปค่ะไม่ได้ทำบัตรไว้ แต่ถ้าเป็นน้อง ๆ ที่ไปศึกษาต่อก็จะแนะนำให้ทำบัตรไว้นะคะ สะดวกและถูกกว่าด้วย และสำหรับการนั่งรถเมล์ต่างบ้านต่างเมืองครั้งแรก ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ...นั่งเลยป้ายค่ะ /ฮา ก็เลยรีบลงป้ายถัดไปแล้วเดินย้อนกลับตามใน Google Maps (และนี่ก็คือเพื่อนข้างกายเราตลอดทั้งทริปนี้เลยค่ะ)

ด้วยความที่เดินทางออกมาจากตัวเมืองสักหน่อย บรรยากาศจะสบายๆกว่า ผู้คนไม่หนาแน่นอย่างในเมือง รายทางส่วนใหญ่เป็นบ้านเรือน ในที่สุดก็มาถึงมหาวิทยาลัย แคมปัสที่นี่ให้ความรู้สึกสบายๆผ่อนคลาย ต้นไม้ & ปราสาท ต่างจากที่คิดไว้ว่าต้องเคร่งขรึม (ที่นี่เป็นมหาลัยเก่าแก่ 500 กว่าปีแล้วนะ) พอเข้าไปภายในบริเวณมหาวิทยาลัย  พื้นที่กว้างมากเลยค่ะ และใช่แล้ว คือเราหลง 555 หาตึกที่นัดไว้ไม่เจออยู่นาน ใครผ่านไปผ่านมาถามหมด จนในที่สุดก็เจอค่ะ

ภายในบริเวณตัวมหาวิทยาลัยก็จะมีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างกว้างเลยค่ะ ลมเย็น ๆ แต่ยังพอมีแดดออกบ้างทำให้สดชื่นดีด้วยค่ะ แต่เป็นช่วงปิดเทอมแล้วจึงไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่

 



แดดออกแบบนี้ ถ้าเป็นช่วงเปิดเทอม จะมีนักเรียนมานั่งปิคนิคกันเต็มค่ะ

 



ข้างในคนละบรรยากาศกันเลย คูลมากๆ

 

 


ทำไมรู้สึกเหมือนดิ
สนีย์แลนด์ 55

รูปด้านล่างนี้คือหอสมุดมหาวิทยาลัย Aberdeen เลยค่ะ ขออนุญาตมหาลัยมาลงให้ชมกัน หอสมุดที่นี่ตอนสร้างเสร็จเป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่ใช้เงินลงทุนสูงที่สุดใน UK การออกแบบที่นี่เป็นแรงบันดาลใจให้กับสถาปัตยกรรมอื่นๆหลายแห่งทั่วโลก

อย่างที่เคยบอกไปว่าอากาศที่นี่ค่อนข้างเย็น ฉะนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องแดดเลยค่ะ มีบ้างประปรายให้อุ่น ๆ แต่ไม่ร้อนเลย และจากที่ไปมาทั้งหมด 5 เมืองก็ขอยืนยันนะคะว่าคนที่นี่เฟรนด์ลี่มาก ด้วยความที่อากาศดีและส่วนใหญ่เดินทางด้วยเท้า ทำให้เราต้องถามทางบ่อยค่ะ และทุกคนก็ยินดีที่จะช่วยมาก ๆ ไม่ว่าเขาจะรู้ทางหรือไม่แต่ก็จะช่วยแบบสุด ๆ ไปเลย อันนี้คือประทับใจมากค่ะ /มือทาบอก

นี่ก็คือรูปถ่ายขากลับมา Union Square เพื่อมาเอาของและเตรียมตัวเดินทางไปเมืองต่อไปค่ะ






เมืองนี้สะอาดเว่อร์ เดินมาจะค่อนเมือง ไม่เจอขยะบนพื้นแม้แต่ชิ้นเดียว

















เมืองสวยเชียว ไม่ใช่เมืองอุตสาหกรรมพลังงานอย่างภาพในหัวที่คิดไว้เลย







อยู่ที่นี่ซักพัก จะรักแสงแดดขึ้นมาทันที อากาศเย็นสบายกำลังดีน่าเดินช๊อปปิ้ง 55









น่าจะเป็นเรือที่ออกไปขุดเจาะน้ำมันที่ทะเลเหนือ













เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องสวนดอกไม้ด้วยนะเออ ชนะเลิศการประกวดทุกปี แถมด้วยมหาวิทยาลัยสองแห่งคือ University of Aberdeen และ Robert Gordon University คู่แข่งกันทั้งด้าน Engineering และ Business School ส่วนด้าน Medicine และ Law ต้องยกให้ Aberdeen เพราะเป็นคณะแพทย์ก่อตั้งที่แรกของ UK แถมเป็นที่ที่รุ่นพี่ๆสอบผ่านผู้พิพากษามากสุดเลยจ้า 

ติดตามตอนต่อไปกับ Stirling City …

พาเที่ยว Scotland 6 เมือง 12 มหาลัย [Aberdeen-Stirling-Dundee-St Andrews-Edinburgh-Glasgow] ตอนที่ 2 - สเตอร์ลิง โคตรสเป๊คสำหรับคนชอบเมืองบรรยากาศน่ารักๆ ชิลได้ตลอดปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม


*แมคดูเคชั่น สถาบันส่งเสริมการศึกษาต่อสก็อตแลนด์
ก่อตั้งขึ้นโดยศิษย์เก่าสก็อตแลนด์ และเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยสก็อตแลนด์ทุกแห่ง ที่เดียวในประเทศไทย แมคดูเคชั่นมีทีมที่ปรึกษาที่เป็นศิษย์เก่าและอดีตเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยต่างๆในสก็อตแลนด์ ได้รับความสนับสนุนทางการเงินโดยตรงจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐ นักเรียนสามารถขอรับคำแนะนำจาก McDucation โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในทุกขั้นตอน