“เล่าเรื่องเรียนต่อ Data Science & Analytics ที่ University of Glasgow”

News & Events | ข่าวสารกิจกรรม
“เล่าเรื่องเรียนต่อ Data Science & Analytics ที่ University of Glasgow”

รีวิวเรียนต่อ Data Science ที่ Glasgow Edinburgh

แนะนำตัวคร่าว ๆ
สวัสดีครับชื่อ Thanatchon Chongmankhong ชื่อเล่นชื่อ Team นะครับ เรียนจบ MSc Data Science ที่ University of Glasgow ปัจจุบันทำงานอยู่ที่ Prudential Life Assurance ตำแหน่ง Manager, Data Scientist 
สวัสดีครับชื่อ Punpun Punpikorn Rattanawirojkul ครับ เรียนจบ MSc Data Science ที่ University of Glasgow เหมือนกันครับ ปัจจุบันทำงานอยู่ที่ Agoda ตำแหน่ง Full Stack Software Engineering 

รีวิว KCL เรียนต่อ Data Science ที่ King's College

รีวิว LSE เรียนต่อ Data Science ที่ UCL
ถ้าให้เลือกวิชาที่เรียนที่ชอบที่สุด ชอบวิชาอะไร ยกตัวอย่างมา 3 วิชา ชอบเพราะอะไร

Team: วิชาที่ชอบที่สุดก็คงจะเป็นวิชาที่ coding อ่ะครับ จะเป็นวิชา Data fundamentals ที่เราได้เรียนรู้เยอะมาก เพราะว่าอาจารย์ก็จะมีงาน assignment เยอะ ได้เรียนรู้เยอะ ประมาณนี้นะครับ แล้วอีกวิชาก็จะเป็นพวก static probability เพราะส่วนตัวชอบวิชาคณิตศาสตร์ พอไปเรียนที่นู้นก็มีเนื้อหาซับซ้อนมากกว่าที่เรียนอยู่ที่ไทยครับ
Punpun: ส่วนของผมก็ เอาให้ไม่ซ้ำกันดีกว่านะครับ 555555 จริง ๆ ตัวผมก็ชอบ data fundamentals เหมือนกัน รู้สึกว่าเป็นวิชาที่ไปเรียนที่นู้นมา ถ้าเราได้ทำงานเกี่ยวกับ Data Science ก็จะสามารถนำเอาไปใช้ได้มากที่สุด เหมือนว่าเขาแบบเอางานที่ใช้จริง ทำจริงในชีวิตการทำงานเอามาสอนเราเลย อีกวิชาก็จะเป็นวิชา Information retrieval เป็นวิชาที่ไม่ได้สอนเกี่ยวกับ Data Science ตรง ๆ เอาง่าย ๆ ตัววิชาก็เป็นแบบ How to build google เขาเน้นไปที่ search engine google หรือว่า bing มันทำงานยังไง ตั้งแต่เป็นระบบง่าย ๆ จนถึงซับซ้อนขึ้นมาเรื่อย ๆ จนเขาบอกได้ว่าทำไม google ถึงรู้ใจเราขนาด ถึงเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาล พอเรา search คำเดียวปุ๊ปใช้เวลานิดเดียวอะไรอย่างนี้อ่ะครับ ซึ่งผมก็รู้สึกว่าไม่ได้หาเรียนที่ไหนง่าย ๆ มันสนุกมาก ๆ อาจารย์ที่สอนเป็นอาจารย์ที่เก่งระดับโลกขอวงการนี้เลยครับ ยกตัวอย่างเช่น  PROFESSOR IADH OUNIS รู้สึกปลาบปลื้มมากจริงๆที่ได้มีโอกาสเรียนกับอาจารย์คนนี้ สอนดีมาก มาก ๆ มากจริง ๆ แล้วเขาใส่ใจเด็กด้วยครับ
อีกวิชานึงที่ผมคิดว่ามีประโยชน์มากในการทำงานของผม และหาเรียนได้ยาก ต้องที่นี่เท่านั้น คือ วิชา Web Science ที่สอนเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ และการวิเคราะห์ข้อมูลที่อยู่บน World Wide Web (WWW) และ Social Media รวมถึงวิธีการที่จะดึงข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ เช่น การดึงข้อมูลมาจาก Twitter ผ่าน API (Application Program Interface) เพื่อเอามาวิเคราะห์สิ่งที่น่าสนใจต่างๆ เช่น การวิเคราะห์หาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากข้อมูล (Event detection) ซึ่งสำคัญต่อธุรกิจในหลายที่ต้องอาศัย “จังหวะ” ของเหตุการณ์ในการทำกำไร เช่น การลงทุน หรือการวิเคราะห์หาอารมณ์จากข้อความ (Sentiment analysis) ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างการนำไปใช้ประโยชน์คือ การวิเคราะห์ผลตอบรับของผลิตภัณฑ์ ว่าดี หรือแย่อย่างไร นอกจากนี้เรายังได้เรียนเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากฝูงชน (Crowdsourcing) เพื่อทำการเก็บข้อมูลที่สนใจ ซึ่งจำเป็นต้องได้มาจากกลุ่มตัวอย่าง “มนุษย์” ตัวอย่างเช่นการตอบแบบสอบถาม หรือการ label รูปภาพ เพื่อนำไปใช้ในการเทรน model
รีวิว Imperial College เรียนต่อ Data Science ที่ Manchester

บรรยากาศในการเรียนเป็นยังไงบ้าง

Team: บรรยาการเรียนจะมีชาวต่างชาติด้วย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเอเชีย คนจีนค่อนข้างเยอะ อาจารย์ที่สอนก่อนแรกผมคิดว่าจะฟังไม่ออก แต่จริง ๆ อาจารย์ International ฟังง่าย บรรยากาศจริง ๆ ตอนเช้า ๆ ที่เราออกมาจากหออากาศหนาว ๆ ก็จะเป็นอีกอารมณ์หนึ่ง อากาศดีมาก ๆ เดินสูดอากาศมาก่อนเข้าเรียนตอนเช้า สดชื่นอะไรแบบนี้อ่ะครับ ก็คือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ ครับ สังคมการเรียนดีมาก ๆ ครับ โดยเฉพาะ พี่ ๆ น้อง ๆ คนไทยที่ช่วยกันเรียน ก็คือคนไทยเยอะตอนที่เรียน ก็ช่วยกันเรียนครับ นี้ถ้าไม่ได้เพื่อนคนไทยก็อาจจะลำบากกว่านี้อ่ะครับ
Punpun: ผมว่าขึ้นอยู่กับดวงด้วยอ่ะครับ ว่าแต่ละคอร์สที่เราเข้าไปเรียนจะมีคนแบบไหนมาเรียนบ้าง โดย background ของคนที่เรียนปริญญาโทไม่ได้จำกัดอายุ ดังนั้นอายุมันก็ค่อนข้างที่จะหลากหลาย ถ้าถามว่าสังคมการเรียนจริง ๆ เป็นยังไง จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้ช่วยกันขนาดนั้นนะครับ ผู้ใหญ่คนที่เขาจบมา บางคนก็มีภรรยา มีสามี มีลูกแล้ว เขาก็อยู่ของเขา พอเรียนจบเขาก็แยกย้ายไปอ่านหนังสือของเขา ก็มีตั้งกรุ๊ปตั้งแก๊งค์ อะไรอย่างนี้ ถ้าง่ายสุดก็เชื้อชาติเดียวกันก็มักจะอยู่ด้วยกัน แต่ก็มีได้ทำงานกลุ่มกับคนข้ามเชื้อชาติ ซึ่งรุ่นของเราก็มีประมาณ 30-40 จริง ๆ เห็นหน้าก็รู้จักกันหมดอ่าครับ ถ้าถามว่าคุยหมดมั้ยก็อาจจะไม่หมด แต่ถ้าให้คุยก็คุยได้ แต่ถ้าช่วยกันเรียนจริง ๆ ก็กลุ่มคนไทยจับกลุ่มด้วยกัน ช่วยกันติวเหมือนตอนเราอยู่มหาวิทยาลัยปริญญาตรีอย่างนี้นะครับ
Team: บางคนก็จะเก่งบางวิชาก็ช่วย ๆ กันครับ
รีวิว Leeds เรียนต่อ Data Science ที่ Bristol

คิดว่าความรู้และประสบการณ์ที่เราได้มาจากการไปเรียนที่นู้น มีประโยชน์อะไรบ้างที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงาน

Team: จริง ๆ ประสบการณ์ที่ได้ใช้ก็คือ Self Study เพราะบางที่เนื้อหาที่เราเรียนเราไม่สามารถจดจำได้ทั้งหมด เราต้องมีวิธีการเรียนรู้จดจำที่สามารถทำข้อสอบได้ สามารถ Applying ในโลกจริงได้ ต้องมีทักษะในการอ่าน ที่ว่าปัจจุบันก็ยังใช้อยู่คือการเสิร์ช google แล้วก็หา Text หา paper เพื่อที่จะนำมาใช้งานจริงได้ก็จะมีการ Apply ตรงนี้ซึ่งตอนอยู่ไทยไม่ค่อยได้เรียนรู้ด้วยตัวเองมากนัก นี้ก็คือต้องเรียนรู้เข้าไปในบางวิชา safety physical system ที่ต้องเอาเคสจริง ๆ มาคุย อาจารย์เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้ของจริง เพื่อที่จะเอาข้อมูลจริง ๆ มาอธิบายในข้อสอบ  
Punpun: ขยายความเพิ่มแล้วกันนะครับ เพราะว่ามันฟังดูเหมือนว่าเวลาเราพูดว่าเราชอบวิชาไหนอะไรยังไง เรายกแต่ที่เป็นวิชาเฉพาะ ๆ มา เพราะว่าหลักสูตรนี้มันแค่ปีเดียว พอเราไปถึงอ่าทุกอย่างมันก็อัดแน่นมาก พอไปถึงเราก็ได้เรียนครึ่งปี ทำ dissertation ครึ่งปี แล้วในครึ่งปีที่เราเรียนเนี้ยมันจะมะรุมมะตุ้มมากครับ 10 วิชา 12 วิชาที่เราเรียนอย่างเนี้ยอ่าครับ มันก็จะเป็นวิชาบังคับที่เป็นวิชากว้าง ๆ กับวิชาเลือก 2 ถึง 3 วิชาที่เราเลือกได้ อย่างเช่นพี่ทีมก็ลง วิชา safety physical system ที่เป็นวิชาเฉพาะ ซึ่งฟังดูไม่ได้เกี่ยวกับ Data Science เท่าไหร่ มันก็แล้วแต่บุญ กรรม วาสนา ว่าปีนั้นเขาจะเปิดวิชาเลือกอะไรให้เราลงบ้าง ซึ่งผมเห็นด้วยกับพี่ทีมมากเรื่อง Self Study สำคัญมากเพราะเราเรียนปีเดียวแล้วเราเรียนแค่ครึ่งปี เราเรียน 4 เดือน สอบ 2 เดือน แล้ว 2 เดือนนั้นมันเป็นการสอบที่ไม่เหมือนใคร เวลาให้ประเทศไทยคือจะสอบเป็นมิดเทอมกับไฟนอลแล้วเทอมแรกก็จบไป เทอมสองก็จบไป แต่ที่นี้คือมันไม่มีมิดเทอมมันมีแค่ไฟนอลแล้วมันแปลว่าอันที่เราเรียนไปหมดในเทอมนั้นอ่ะ ก็ไปสอบที่เดียวในปลายเทอม มันก็จะมีความโชคร้ายในบางคน อย่างเช่นผมสมมุตว่าเราเรียนทั้งหมด 10 วิชา เรียนเทอมละ 5 วิชาแต่เทอมแรกอ่ะผมไม่มีสอบเลยซึ่งก็แปลว่าผมไปสอบในเทอมสองหมดเลย 10 วิชา ฉะนั้นถ้าเราไม่มี self study อ่าแล้วเทอมสองเราไม่รู้แล้วเราเรียนเอาผ่านๆ เช่นเข้าไปนั่งเช็คชื่ออย่างเนี้ย เทอมสองไอ้ 5 วิชาที่เราเรียนในเทอมแรก เราจะเอาความรู้ที่ไหนใช่มั้ยครับ มันก็เลยลำบากมาก เราไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนในชีวิต ในตอนเรียนปริญญาตรีเราก็พอเรียนได้เนาะพอมาเจอแบบนี้มันก็เขว้ไปเลย แบบเฮ้ยให้เวลาเราอ่านหนังสือสอบเดือนหนึ่ง แล้วก็สอบทั้งหมดทุกวิชา 10 วิชาเดือนหนึ่งเต็ม ๆ วันจันทร์สอบตัวหนึ่ง อังคารสอบตัวหนึ่ง วันพุธสอบตัวหนึ่ง อะไรแบบนี้อ่าครับ จะมานั่งอ่านเช้าวิชาหนึ่งแล้วก็ไปสอบมันไม่ได้เหมือนสมัยเรียนปริญญาตรีแล้ว ซึ่งยากกว่ามาก
Team: และทำให้พวกเราได้ Skill การ management ที่เก่งมาก ๆ ซึ่งเราสามารถที่จะวางแผนที่เราจะทำงานให้เสร็จภายในวันนี้ต้องปฏิบัติตัวยังไง ต้องเรื่มต้นตั้งแต่วันไหน สิ้นสุดวันไหน มันต้องเป๊ะตรงนี้มาก ๆ
Punpun: ซึ่งมันอาจจะไม่ได้ความรู้ทางด้าน Data Science เยอะแยะมากนัก ผมว่ามันก็ได้สกิลที่เราต้องฝึกเอง เช่น self study, time management ที่ 1 ปีมันบังคับให้เราทำ ซึ่งมัน challenge คนละแบบผมว่า
Team: เราต้องเลือกในสิ่งที่จะเรียนรู้ ไม่สามารถที่จะเรียนรู้ทั้งหมดได้ เพราะว่าจริง ๆ มันมีขีดจำกัดอยู่ครับ
รีวิว Warwick เรียนต่อ Data Science ที่ Birmingham


มีความประทับใจอะไรบ้างที่เรียนที่ University of Glasgow ยกตัวอย่างมา 3 ข้อก็ได้ค่ะ

Team: หิมะ ปีที่ไปจริง ๆ เจอรุ่นน้องปริญญาตรีทราบว่าเขาเรียนมา 4 ปีแล้วเขายังไม่เจอหิมะเลย เราไปปีเดียวเป็นปีที่หิมะตก
Punpun: พายุหิมะถล่ม 5555
Team: บางคนอาจจะไม่ชอบ ส่วนตัวคือครั้งแรกมันก็จะสวย ไปถ่ายรูปอะไรอย่างเงี้ย มันก็จะประทับใจ มันสวยเป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน ก็หิมะสำหรับผมนะครับ
Punpun: ถ้าสำหรับผมบรรยากาศการเรียนนะครับ บรรยากาศตึกเรียนก็จะเป็นตึกแบบขลัง ๆ ตึกแบบเก่า ๆ ตึก แฮร์รี่พอตเตอร์ ที่นั่งเหมือนอยู่ในโบสถ์ครับ ผมว่าถึงจะนั่งไม่สบายก็เหอะ มันก็สนุกไปอีกแบบหนึ่ง นั่งแคบ ๆ อัด ๆ กัน แล้วก็มีโต๊ะอันแค่เนี้ยให้เราได้เขียนหนังสือ รอบ ๆ ก็มีกระจก สี ๆ แล้วก็แบบปูน ๆ โบราณหน่อย จริง ๆ เวลาเรียนบรรยากาศก็เป็นอีกแบบหนึ่ง บรรยากาศที่เราเรียนคือทุกคนตั้งใจเรียนกันมาก แบบไม่น่าเชื่อเนาะ ทุกคนก็เสียตังค์กันมาเรียนอ่ะเนาะ 55555 ก็เลยตั้งใจเรียนกันเป็นพิเศษ ไม่เหมือนบรรยากาศการเรียนในไทยที่คลาสหนึ่ง 200 กว่าคน ก็จะมีคนคุยกันเต็มไปหมด ไม่เหมือนที่เราเจอ เลยรู้สึกว่ามันเป็น professional ครับ


คิดว่าคอร์สนี้เหมาะกับใครบ้าง อยากฝากอะไรถึงน้อง ๆ มั้ย

Team: คอร์สนี้เหมาะกับใคร คอร์ส Data Science จริง ๆ เหมาะกับคนที่ชอบเรียนคณิตศาสตร์ คนที่ชอบเขียนโปรแกรมมิ่ง คนที่ชอบ explore เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ผมแนะนำเลยครับ จริง ๆ คอร์สเนี้ยจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา อย่างเช่นคอร์สปีนี้ไม่เหมือนคอร์สที่ผมเรียน เขาจะจัด structure ให้เหมาะกับเทคโนโลยี เหมาะกับ algorithm ที่ทันสมัย ซึ่งถ้าใครที่ชอบอะไรใหม่ ๆ ชอบอะไรที่เป็นเทรน ณ ตอนนี้ ก็แนะนำเลยครับ
Punpun: เหมาะกับคนที่จะทำงานด้าน Data Science แต่ว่าก็ต้องมี background ของ computer science นิดหนึ่ง เพราะว่ามาถึงเขาจะคาดหวังว่าต้องเขียนโปรแกรมเป็น คณิตศาสตร์เราโอเคครับ ผมรู้สึกว่าเวลาเรียน 6 เดือน lecture 6 เดือน มันไม่ได้เยอะขนาดที่จะทำให้เราเรียนรู้ได้ทุกอย่าง แต่พอเราได้ทำ dissertation 6 เดือน มันจะได้เลือกว่าเราจะทำอะไร ซึ่งที่นี้น่าสนใจ มีโปรเจคให้เลือกเยอะมาก เยอะขนาดเป็น 100 อันอ่าครับ แล้วเราก็เลย 6 อันเหมือน admission ให้เลือกอันดับแล้วเขาก็จะสุ่มว่าเราได้อันไหน ซึ่งถ้าได้ที่ถูกใจผมมั่นใจว่าถ้าเราทำใด้ดีแล้วตั้งใจทำจนจบมันจะเป็นประโยชน์กับเรา และก็เป็นประโยชน์กับ career path ด้าน Data Science อย่างมาก คือเราไม่ได้รู้ทุกอย่างใน Data Science ถ้าเราเลือกที่จะทำสิ่งนั้น เลือกทำ dissertation ผมว่าที่นี้โอเคมาก ๆ Supervisor ทุกคนก็ตั้งใจอยากให้งานออกมาดี สามารถใช้จริงได้ครับ


รีวิว Loughborough เรียนต่อ Data Science ที่ Nottingham
 


รีวิว Kent เรียนต่อ Data Science ที่ Essex
สำหรับน้องๆที่สนใจเรียนต่อด้าน MSc Data Analytics and MSc Data Science หรือสมัครเรียนที่ University of Glasgow สามารถลงทะเบียนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่างนี้เลยค่ะ
รีวิว Durham เรียนต่อ Data Science ที่ Sheffield

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม


*แมคดูเคชั่น สถาบันส่งเสริมการศึกษาต่อสก็อตแลนด์
ก่อตั้งขึ้นโดยศิษย์เก่าสก็อตแลนด์ และเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยสก็อตแลนด์ทุกแห่ง ที่เดียวในประเทศไทย แมคดูเคชั่นมีทีมที่ปรึกษาที่เป็นศิษย์เก่าและอดีตเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยต่างๆในสก็อตแลนด์ ได้รับความสนับสนุนทางการเงินโดยตรงจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐ นักเรียนสามารถขอรับคำแนะนำจาก McDucation โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในทุกขั้นตอน