Scottish Universities Alumni
Phi Samakkimit (Poonpun)
LLM International Commercial Law
University of Aberdeen
"
"ถ้ารู้จัก McDucation แต่แรก การเตรียมตัวของผมในการไปเรียนต่อเมืองนอกนั้นคงจะดีกว่านี้มากในทุกเรื่อง เช่นการเตรียมตัว สิ่งของที่ควรจะเตรียมไป รูปแบบการเรียน การสอบ และที่สำคัญที่สุดคือการได้พบปะกับรุ่นพี่ที่จบไปก่อน และเพื่อนๆที่จะไปเรียนพร้อมกับเรา เป็นการสร้าง connection เอาไว้ก่อน มีอะไรขาดเหลือก็จะได้ช่วยเหลือกันได้ตั้งแต่ต้น และสนิทกันมาแต่แรก หรืออย่างน้อยก็มีความอุ่นใจมากขึ้นเพราะเราไปในที่ที่เราไม่รู้จักเลย ทั้งหมดนี้เพื่อให้เราวาดภาพในสมองให้ได้มากที่สุดว่าเราจะต้องไปเจอกับอะไร เตรียมใจรับมือกับมัน ซึ่งตอนไปผมแทบไม่มีภาพที่ว่าในหัวเลย
สำหรับ Aberdeen ต้องยอมรับว่าก่อนไปไม่ได้เตรียมตัวหาข้อมูลอะไรไว้มากเลยว่าเมืองเป็นยังไง จึงทำให้มีเรื่องเข้าใจผิด 2 เรื่องใหญ่ๆ ข้อแรกคือ คิดว่าเมืองนี้หนาวมากๆ เลยไปซื้อ long john มาเตรียมไว้ แต่เอาเข้าจริงไม่เคยใช้เลย เมืองมันไม่ได้หนาวขนาดนั้น ช่วงหน้าร้อนบางวันพี่ยังคิดว่ามันร้อนจนต้องซื้อพัดลมมาไว้ในห้อง...ข้อสองคือ คิดว่าคนไทย(โดยเฉพาะที่เรียนกฎหมาย)น้อย แต่เพิ่งไปรู้ความจริงว่าคนไทยค่อนข้างเยอะ ทั้งสองข้อนี้เกิดจากการที่พี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยว่าส่วนใหญ่คนที่เค้ายื่นไป Scotland เค้าจะยื่นผ่าน McDucation แต่พี่ไปยื่นผ่าน agent อื่นซึ่งเขาดูแลรวมๆมีทั้ง Australia, USA, Canada และ UK ดังนั้น ถ้าพี่รู้จัก McDucation ตั้งแต่แรกพี่จะเตรียมตัวไปเรียนใบแรกได้ดีกว่านี้มากๆ...ส่วน comment ในเมืองนี้คือ มันเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของ Scotland ก็จริง แต่มันก็เป็นเมืองเล็กๆ ให้นึกภาพเชียงราย คือความเจริญจะรวมศูนย์อยู่ในเมือง ตัวมหา’ลัยอยู่ห่างจากตัวเมืองแบบที่พี่เดิน(เดินแบบฝรั่ง)ใช้เวลาประมาณ 40 นาที แล้วพี่เลือกพักอยู่ใกล้กับมหา’ลัย ดังนั้นพอพระอาทิตย์ตก(ช่วงหน้าหนาวจะตกตั้งแต่สามโมงเย็น)ร้านอาหารก็จะเริ่มปิด เราก็มีที่จะไปอยู่ไม่กี่ที่ ซึ่งส่วนใหญ่พี่ก็จะอยู่ห้องตัวเอง...อีกประเด็นหนึ่งคือ เมืองนี้เค้าเรียกกันว่า Grey City เพราะเป็นเมืองที่สร้างด้วยหิน Granite ซึ่งมีสีเทาๆ หลอดไฟที่นี่เค้าก็ชอบใช้สีเหลืองๆ แล้วยิ่งบางวันมีหมอก จะทำให้เรารู้สึกเหงา...อย่างไรก็ตาม อันนี้คือความรู้สึกส่วนตัวของพี่เองจริงๆ คือพี่อยู่หอพัก สำหรับใครที่เช่าบ้านกับเพื่อน หรือพักอยู่ในตัวเมือง หรืออาจเป็นเพราะเป็นการเรียนใบแรกอยู่ในช่วงปรับตัว น้องๆที่จะไปเรียนอาจจะได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างกันไปสำหรับ University of Aberdeen ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1495 เป็นมหาลัยเก่าแก่อันดับที่ 3 ของ Scotland และอันดับที่ 5 ของ  UK ตัวมหา’ลัยน่าจะเป็น land mark ที่สวยที่สุดในเมือง มีตึก King’s College ซึ่งเป็นตึกที่เก่าแก่ที่สุดของมหาลัย ข้างในเป็นโบสถ์(เพราะเมื่อก่อนเป็นมหา’ลัยสอนศาสนา)มักมีจัดงานแต่งงานกัน สนามหญ้าหน้าตึกนี้ก็สวย หน้าร้อนจะมีคนมาปิคนิค หรืออ่านหนังสือกัน ห้องสมุดที่เพิ่งเปิดใหม่สวยงามดีไซน์ก็สวยด้วย ขึ้นไปชั้นบนสุดจะมองเห็นเมืองจากมุมสูงได้ซึ่งงดงามทีเดียว แต่เด็กเรียนกฎหมายส่วนหนึ่งจะไม่ชอบไปนั่งที่ห้องสมุดกลางที่ว่านี้ เลือกที่จะไปนั่งที่ห้อสมุดของคณะเพราะเหตุว่าเสียงเงียบกว่า
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าพี่เลือกหอพักที่ใกล้กับมหา’ลัยเสมอเพื่อความปลอดภัย ที่ Aberdeen พี่เคยอยู่ทั้ง Hill Head ซึ่งเป็นของมหา’ลัย และ Unite King Street Exchange ซึ่งเป็นของเอกชน ในที่นี้จะขอเล่าของ Hill Head ก่อน พี่อยู่ที่นี่ 10 สัปดาห์ คืออยู่ตอนเรียนคอร์สพรีนั่นเอง โดยรวม ตัวหอค่อนข้างโอเค ห้องที่พี่อยู่เป็นห้องนอนส่วนตัว ห้องน้ำใช้ส่วนรวม ครัวส่วนรวม ความสะอาดก็แล้วแต่ flat mate เลย แต่ที่พี่เจอมาก็ถือว่าดี มีแม่บ้านทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางให้ ในห้องมีของใช้ให้พอสมควร สิ่งที่ต้องซื้อเพิ่มก่อนจะนอนได้คือเครื่องนอนนั้นเอง...ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ เพราะหอตั้งอยู่บนเนินเขา(เตี้ยๆ)ตามชื่อ ตอนจะไปมหา’ลัยก็ต้องเดินผ่านสวน มีลำธารไหลผ่าน ข้อเสียคือห่างไกลความเจริญ super market ที่ใกล้ที่สุดคือ Lidl ที่อยู่ตีนเขา และใช้เวลาเดิน(แบบคนไทย)ไปมหา’ลัยประมาณ 20 นาที มีรถเมล์แค่สองสายที่จอดที่หอ
Unite King Street Exchange จุดเด่นคือทำเลที่ตั้งอยู่ตรงข้ามมหา’ลัยแบบเดินข้ามถนนแล้วถึงเลย อยู่ติดกับ TSB Bank มี Supermarket SPA ไปรษณีย์ และร้านอาหารเล็กน้อย ห้องที่พี่เลือกอยู่เป็นแบบ En-suit คือมีทุกอย่างส่วนตัว ยกเว้นครัว มีระบบ key card, lift, CCTV, ที่จอดรถและจักรยาน แต่ไม่มีแม่บ้านช่วยทำความสะอาดครัว ต้องแบ่งเวรทำกันเอง ค่าเช่าจ่ายแบบเหมาจ่าย น้ำ ไฟ อินเตอร์เน็ตรวมหมดแล้ว ถ้าของเสียหาย(ตามสภาพ)เรียกช่างมาซ่อมให้ได้ฟรี แต่ข้อเสียคือได้ยินมาว่ามันเป็นหอแรกๆของ Unite ในเมืองนี้ ดังนั้นจะเก่าหน่อย และผนังเป็นแบบไม่กันเสียง พูดดังๆคุยกับเพื่อนข้างห้องได้
สำหรับ University of Aberdeen ขอเริ่มที่คอร์สพรีก่อน หลักสูตรเขาค่อนข้างดี พี่ได้ความรู้เยอะมากและคิดว่าคงไม่ได้ merit ทั้งสองใบถ้าไม่ได้เรียนคอร์สพรี เรียนค่อนข้างหนักเพราะเรียนทุกวัน เว้นเสาร์อาทิตย์ สอนสิ่งที่สำคัญคือการเขียนเชิงวิชาการเขียนอย่างไร คิดแบบ critical thinking ทำอย่างไร...ด้วยเหตุที่หลักสูตร LL.M. ของมหา’ลัยนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักกฎหมายไทย และมหา’ลัยจัดหลักสูตรคอร์สพรีสำหรับนักกฎหมายโดยเฉพาะ เพื่อนร่วมชั้นส่วนใหญ่และทั้งหมดจึงบังเอิญเป็นคนไทย ซึ่งก็ถือเป็นข้อเสียอย่างหนึ่ง...ส่วนเรื่องสอบ เห็นว่ายากปานกลาง แต่มีเพื่อนร่วมชั้นสอบไม่ผ่านหนึ่งคนซึ่งอาจารย์บอกว่าไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
ในส่วนของการเรียน LL.M. หลักสูตรแบ่งเป็นสามส่วน คือเรียนสองภาค และทำ dissertation อีกหนึ่งภาค การเรียนแต่ละภาคจะแยกขาดจากกัน คือสมมติเทอมแรกพี่เรียนคณิตกับสังคมสองวิชา ปลายเทอมก็สอบ แล้ว delete ออกจากสมองได้เลย ภาคสองก็เรียนวิทยาศาสตร์กับพละ ปลายเทอมก็สอบแล้วจบเลย (ซึ่งมันจะต่างกับการเรียนการสอบที่ Glasgow ซึ่งจะกล่าวต่อไป) การเรียนถือว่าไม่ยาก เพราะมีชีทรุ่นพี่ที่เขาทำสรุปแล้วส่งต่อๆมารุ่นสู่รุ่น การสอบก็เป็นแบบ open folder เสียส่วนใหญ่ ส่วน dissertation ก็เอา 12,000 คำ ซึ่งน่าจะผ่านกันทุกคน ยกเว้นกรณี plagiarism ซึ่งช่วงพี่ไปมีคนที่ได้ diploma เพราะติดเรื่องนี้เหมือนกัน...เพื่อนในคลาสจำนวนประมาณ 20 - 40 คนส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่คอร์สพรี นั่นก็แปลว่าเป็นคนไทยเสียส่วนใหญ่ ตรงนี้จะมองเป็นข้อดีก็ได้ คือจะได้ช่วยกันเรียน เหมาะสำหรับคนที่จะไปเรียนเมืองนอกปีแรก...ในแง่ของคณาจารย์ที่พี่เรียนด้วยจะมีมาจาก Australia, England และ Ethiopia ส่วนมากจะเป็น ดร. ไม่มีศาสตราจารย์ การสอนเป็นแบบ one-way learning คือนั่งฟังอย่างเดียว อาจารย์ไม่ค่อยถามจี้ (หรืออาจจะเคยจี้แล้วในห้องตอบกันไม่ได้เลยเลิกถามก็เป็นได้)


 
"
*แมคดูเคชั่น สถาบันส่งเสริมการศึกษาต่อสก็อตแลนด์
ก่อตั้งขึ้นโดยศิษย์เก่าสก็อตแลนด์ และเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยสก็อตแลนด์ทุกแห่ง ที่เดียวในประเทศไทย แมคดูเคชั่นมีทีมที่ปรึกษาที่เป็นศิษย์เก่าและอดีตเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยต่างๆในสก็อตแลนด์ ได้รับความสนับสนุนทางการเงินโดยตรงจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐ นักเรียนสามารถขอรับคำแนะนำจาก McDucation โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในทุกขั้นตอน