Scottish Universities Alumni
Supakorn Sukkitjey (Bee)
MSc Petroleum Engineering
University of Aberdeen
"

          คอร์ส MSc Petroleum Engineering ดีมั้ย ในแง่การเรียนการสอน ความรู้ที่สามารถนำมาใช้ได้จริง                      

          ผมอยากเริ่มจากการอธิบายความแตกต่างระหว่างสาขา Petroleum กับ Oil & Gas เพราะว่าทั้งสองสาขานี้มีความใกล้เคียงกันและเป็นสาขาที่ได้รับความนิยมของ U of Aberdeen  
          Oil & Gas จะเริ่มตั้งแต่กระบวนการสำรวจ การประเมินปริมาณน้ำมัน การขุดเจาะ การผลิต การแยก-สกัด และการขนส่งแก๊ส-น้ำมัน ส่วน Petroleum จะจงเจาะเฉพาะ การสำรวจ (ลึกกว่า) การประเมินปริมาณน้ำมัน (ลึกกว่า) การขุดเจาะ (เท่ากัน) การผลิต (เท่ากัน) อาจจะสรุปได้ว่า Oil & Gas เรียนกว้างกว่างตั้งแต่น้ำมันที่อยู่ในหินชั้นใต้ดินจนกระทั่งส่งน้ำมันขาย แต่ Petroleum เรียนลึกกว่าในด้านน้ำมันที่อยู่ในใต้ดินเพียงอย่างเดียว ซึ่งมันก็มีข้อดีที่แตกต่างกัน อย่าง Oil & Gas ก็มีโอกาสในการทำงานที่กว้างกว่า ไม่เพียงเฉพาะแต่ด้านน้ำมันต้นน้ำ แต่ยังสามารถไปต่อได้ในโรงกลั่นหรือโรงปิโตรเคมี ส่วน Petroleum ก็จะมีความเข้าใจที่ลึกขึ้นในอุตสาหกรรมต้นน้ำโดยเฉพาะ 
          ส่วนตัวผมมีความสนใจโดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมต้นน้ำ คอร์ส Petroleum จึงตอบโจทย์ผมได้อย่างดี ด้วยหลักสูตรในเนื้อหาที่เรียน การลงมือปฏิบัติทั้งห้องปฏิบัติการณ์และการใช้คอมพิวเตอร์ทำ Simlation  ทำให้ผมมีความมั่นใจในความรู้พื้นฐานด้านปิโตรเลียม เพื่อที่จะสามารถนำไปต่อยอดในการทำงานจริง  
          สิ่งที่ผมชอบในหลักสูตรนี้คือการสอนที่ไม่ใช่การสอนเพียงแต่ในหนังสือ แต่เป็นการประยุกต์จากในหนังสือมาใช้งานจริง อย่างเช่นวิชา Field Development ที่ไม่มีการสอนในห้อง แต่ให้เรานำความรู้ทั้งหมดมาใช้เพื่อตอบการบ้านข้อเดียวคือ คุณจะผลิตน้ำมันอย่างไร นอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งอำนวยอื่นๆ เช่น ห้องสมุดที่มีหนังสือด้านปิโตรเลียมเยอะมาก รวมทั้งห้องปฏิบัติการที่รองรับในทุกวิชาที่เรียน

          เรียนยากมั้ย สำหรับคนที่จบไม่ได้ตรงสายมาก

          สำหรับตัวผมเองนั้นมีพื้นฐานป.ตรีด้านวิศวกรรมเคมีกับประสบการณ์ทำงานด้านน้ำมันอีกประมาณ 1 ปี ซึ่งตอนแรกก็คาดว่าก็น่าจะพอเป็นพื้นฐานได้บ้าง แต่พอได้เรียนเต็มๆแล้ว ต้องยอมรับเลยครับว่าเหมือนกับต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ผมก็อยากแนะนำสำหรับคนที่ไม่ได้จบด้านปิโตรเลียมโดยตรง อาจจะต้องให้ความพยายามมากขึ้น มั่นทบทวนบทเรียน ถ้าหากเป็นไปได้ก็ควรอ่านบทเรียนไปเข้าคลาสครับ และทุกวิชาจะมีคลาส Tutorial ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้คุยหรือชักถามกับอาจารย์โดยตรง ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีครับที่ทำให้เราเข้าใจในบทเรียนมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าหากเราเข้าใจพื้นฐานอย่างดีแล้วในเทอมแรกก็ไม่ยากครับสำหรับเทอมสอง จากการที่พูดคุยกับคนไทยทั้งในและนอกสาขาวิชา ผมเองก็มั่นใจครับว่าการเรียนนั้นยากเกินไปสำหรับเด็กไทยครับ  

          ระหว่างเรียน มีได้ contact กับ industry มั้ย

          ในทุกสัปดาห์จะมีบุคคลที่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมมาพูดคุยผ่านโครงการ SPE ของมหาวิทยาลัย บางสัปดาห์ก็มาแนะนำการเรียนว่าวิชานั้นๆ ก็นำไปใช้งานจริงอย่างไร บางสัปดาห์ก็มาสอนในทฤษฏีที่ลึกขึ้น บางสัปดา์ห์ก็พูดคุยทิศทางอุตสาหกรรมน้ำมัน ซึ่งโครงการนี้ไม่บังคับ ไม่เสียเงิน แล้วแต่ความสมัครใจ  ผมก็มองว่าเป็นโอกาสดีที่เราสามารถสร้าง contact กับ industry ได้ บางคนในคลาสก็คว้าโอกาสจุดนี้เพื่อทำ project จบร่วมกับบริษัทครับ 

 

          มีโอกาสหางานหลังเรียนจบรึเปล่า                        

          ผมคิดว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากในการเลือกเรียนที่นี่ เพราะสามารถเพิ่มมูลค่าในกับตัวเองในการเพิ่มโอกาสการทำงานในอุตสาหกรรมน้ำมัน อย่างตัวผมเองนั้นก็ได้เริ่มสัมภาษณ์กับบริษัทตั้งแต่ตอนเรียนยังไม่จบ พอเรียนจบ กลับมาถึงไทยก็เริ่มทำงานเลยครับ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าตำแหน่งงานในแวดวงนี้ก็อยู่กับทิศทางของราคาน้ำมัน ซึ่งก็ถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งครับ เพื่อนบางคนในคลาสก็ได้งานในอุตสาหกรรมอื่นแทนที่ไม่ใช่น้ำมัน แต่ถ้าหากพิจารณาแล้วและ เลือกที่จะเรียนต่อในด้านปิโตรเลียม การเลือกเรียนที่ U of Aberdeen ก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีครับ 
 

          วิชาไหนที่เรียนแล้วคิดว่ามีประโยชน์  วิชาไหนที่ยาก                        

          สำหรับผม วิชาที่เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดคือ Reservoir Engineering เพราะเป็นพื้นฐานของอีกหลายๆวิชา และเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของปิโตรเลียม  

               Well Engineering 
                 - เนื้อหา - เรียนเครื่องมือและขั้นตอนต่างๆ ของกระบวนการขุดเจาะ ซึ่งจะเรียนภาพรวมเป็นพื้นฐาน ไม่ลึกเกินไป 
                 - การเรียน - โดยแต่ละสัปดาห์ก็จะเรียนในเนื้อหาที่แยกจากกัน เช่น สัปดาห์นี้เรียนหัวเจาะ สัปดาห์หน้าเรียนซีเมนต์ สัปดาห์ต่อไปเรียนการวางท่อ    
                 - ข้อแนะนำ - ด้วยเนื้อหาที่ไม่ต่อกัน ทำให้ง่ายที่จะทำความเข้าใจในแต่ละบท แนะนำหนังสือ Apllied Drilling Engineer  
               Reservoir Engineering 
                 - เนื้อหา - เรียนเพื่อสามารถประเมินปริมาณแหล่งน้ำมัน และสามารถอธิบายพฤติกรรมของน้ำมันในแต่ละสภาวะต่างๆ ทั้งก่อนหรือระหว่างหรือหลังผลิต เช่น  ถ้าหากมีแหล่งน้ำหรือแก๊สมากระทบแล้วผลกระทบจะเป็นอย่างไรเป็นต้น ซึ่งเป็นฐานที่สำคัญสำหรับวิชาอื่นๆ 
                 - การเรียน - เป็นวิชาที่ค่อนข้างยาก เพราะนอกจากต้องทำความเข้าใจแล้วยังต้องจินตนการด้วย รวมทั้งสมการที่ใช้ก็มีหลากหลาย แต่ละสมการก็มีข้อแม้หรือข้อจำกัดอีก จึงใช้อาศัยการวิเคราะห์เพิ่มอีกด้วย ส่วนเนื้อหาก็ค่อนข้างกว้างและเป็นเนื้อหาที่ต่อยอดกันไป อาจทำให้เหนื่อยหน่อยหากสะดุดบทใดบทหนึ่งไป เพราะจะไปต่อบทอื่นยาก 
                 - ข้อแนะนำ -  อาจารย์จะส่งเอกสารล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์ แนะนำให้อ่านหนังสือก่อนเข้าเรียน เพราะอย่างน้อยจะทำให้เรามีเวลาเตรียมตัวว่าต้องเจอกับอะไร จะได้ไม่งงหรือหลงทางในระหว่างเรียน แนะนำให้ทำโจทย์เพิ่มจากหลายๆหนังสือในห้องสมุด ช่วง Tutorial ให้ถามอาจารย์ให้เต็มที่ให้หายสงสัย อาทิตย์ต่อๆไปจะได้ง่ายขึ้น 
               Geology 
                 - เนื้อหา - เรียนพื้นฐานด้านธรณีวิทยา โดยหลักๆแล้วเรียนเพื่อหาว่า น้ำมันเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วมันไหลตัวไปอยู่ที่ไหน แล้วมันเคลื่อนที่ไปได้อย่างไร 
                  - การเรียน - เนื้อหาที่เรียนจะกว้างมาก ครอบคลุมด้านธรณีวิทยาหลายๆจุด ทำให้มีอาจารย์สอนหลายคน ประมาณ 4-5 คน ซึ่งแต่ละคนก็มีสไตล์การสอนที่ต่างกันออกไป  
                 - ข้อแนะนำ - เน้นทบทวนเนื้อหาเฉพาะแต่ในสไลด์ที่สอน และเน้นทำความเข้าใจ concept กับทำการบ้านที่ได้มาพอ ไม่จำเป็นต้องหาอ่านเพิ่มในหนังสือทั้งหมด เพราะเนื้อหาเยอะมาก อ่านหนังสือทั้งหมดจะไม่ทัน  
               Petrophysic 
                 - เนื้อหา - เรียนการแปลผลข้อมูลของคุณสมบัติต่างๆของหิน เพื่อวิเคราะห์หาปริมาณน้ำมัน 
                 - การเรียน - มีบริษัทจะมาสอน ซึ่งจะสอนเร็วและเนื้อหาก็เยอะมาก ในหนึ่งอาทิตย์จะเรียนทั้งวัน (เช้า-บ่าย) 
                 - ข้อแนะนำ - ถ้าหากไม่เข้าใจให้เริ่มศึกษาจากการบ้าน ว่าแต่ละข้อมีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมถึงเฉลยแบบนี้ จะทำให้เราเข้าใจภาพรวมของวิชาได้ง่ายกว่าการเริ่มอ่านจากหนังสือหรือสไลด์  
               EOR 
                 - เนื้อหา - เป็นการต่อยอดจาก Reservoir Engineering ที่ศึกษาผลกระทบของน้ำมันจากแหล่งน้ำหรือแก๊ส แต่เน้นศึกษาผลที่ได้มาเพิ่มประสิทธิภาพของการผลิตน้ำมัน  
                 - การเรียน - การเรียนจะคล้ายๆกับ Reservoir ทั้งเนื้อหาและการสอน เพียงแต่เนื้อหาที่ลึกขึ้น  
                 - ข้อแนะนำ - บางหัวข้อจะมีความคล้ายและแตกต่างอยู่ในตัว ทำให้ง่ายต่อการจำสับสน พยายามลองทำบทสรุปแยกไว้ เพื่อป้องกันการสับสน และก็ลองทำโจทย์จากหลายๆหนังสือเพิ่มเติม 
              Reservoir Simulation 
                - เนื้อหา - การใช้คอมพิวเตอร์ทำ Simulation ทั้งหมดแทนที่การคำนวณด้วยมือ ซึ่งจะมีโปรแกรมหลักๆอยู่ 2 โปรแกรม 
                - การเรียน -  อาจารย์จะแบ่งเป็น 2 กลุ่มซึ่งแต่ละกลุ่มจะเรียนในวันที่ต่างกัน จากนั้นอาจารย์ก็จะสอนขั้นตอนการทำแต่ละ step แล้วก็ให้เราทำตาม เช่น สัปดาห์นี้สอน 1 – 2 – 3 สัปดาห์หน้าสอน 4 – 5 สัปดาห์ต่อไป 6 – 7 – 8 จนสุดท้ายเราต้องทำเองตั้งแต่ 1 – 20 ก็คือการสอบ 
                - ข้อแนะนำ - แนะนำให้กดบันทึกหน้าจอทุกครั้งเพื่อกลับไปฝึกฝนทำที่บ้าน แต่ละสัปดาห์ต้องเข้าใจและทำเองได้หมดทุกขั้นตอน ไม่เช่นนั้นแล้วอาทิตย์ต่อไปเราก็จะทำต่อไม่ได้ ถ้าเรียนรอบแรกแล้วไม่เข้าใจ ให้ไปตามไปเรียนอีกกลุ่ม การเลือกที่นั่งก็สำคัญ เพราะบางที่เป็นมุมอับ ทำให้ไม่เห็นหน้าจอของอาจารย์ เพราะฉะนั้นก็ควรไปเลือกที่นั่งตั้งแต่เนินๆ เตรียม Hard Drive ไปด้วย เพาะ Flash Drive ไม่พอ 
             Well Test 
               - เนื้อหา - ต่อยอดจาก Reservoir Engineering เพื่อศึกษาพฤติกรรมของแหล่งน้ำมันในระหว่างการผลิต ซึ่งนำไปสู่การประเมินอัตราการไหล 
               - การเรียน - อาจารย์ไม่มีเอกสารให้ ส่วนใหญ่ก็จดตามที่อาจารย์เขียน เวลาสอนอาจารย์จะเน้นการพิสูจน์สมการ เพราะฉะนั้นพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์ควรจะดีหน่อย ถ้าใครลืมก็อาจลองไปทบทวนดู  
               - ข้อแนะนำ - แนะนำให้เปรียบเทียบจากสิ่งที่จดในห้องเรียนกับหนังสือ เพราะบางทีอาจจะจดผิดหรือตกหล่นเครืองหมายเล็กๆน้อยๆ และก็มั่นทำโจทย์ในหนังสือเรียนหลายๆเล่ม จะทำให้เข้าใจได้มากขึ้นว่าแต่ละสมการไว้ใช้ทำอะไร เพราะบางครั้งอาจารย์ก็ไม่ได้อธิบายให้เราฟังหรือยกตัวอย่างให้เรา 
            Field Development 
              - เนื้อหา - เป็นการนำทุกวิชาที่เรียนมาทั้งหมดมาประยุกต์ใช้งานในทำงานจริง โดยอาจารย์จะนำข้อมูลมาเพิ่มให้ทุกๆอาทิตย์ และให้เราเลือกใช้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจว่า เราจะผลิตน้ำมันอย่างไร โดยวิธีไหน ใช้อุปกรณ์อะไร ระยะเวลาเท่าไร และได้ความคุ้มค่าเท่าใด  
              - การเรียน - อาจารย์จะแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน  เพื่อทำรายงาน 1 เล่ม โดยไม่มีการสอนในห้อง แต่อาศัยชั่วโมงเรียนขอคำปรึกษาจากอาจารย์   
              - ข้อแนะนำ - เพื่อนร่วมกลุ่มเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะปริมาณงานมันเยอะมาก เพียงแค่ 1-2 คน ไม่สามารถทำเสร็จได้ เพราะฉะนั้นการแบ่งงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ อาจจะกระจายงานตามความชอบหรือความถนัด การปรึกษาอาจารย์หรือเพื่อนนอกกลุ่มเป็นอีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าหากกลุ่มเราทำผิดทิศทาง ก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ทำให้เสียเวลาไปอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนใกล้จบเทอม เพราะเวลาเราจะไม่ค่อยมี ทั้งงานจากวิชาอื่น และการอ่านหนังสือช่วงใกล้สอบ 

 

          แนะนำให้นักเรียนที่จะเรียนคอร์สนี้เตรียมตัวอย่างไรบ้างก่อนไป                          

          ถ้าเป็นการเตรียมตัวเรื่องการเรียน ผมเองก็คิดว่าไม่ต้องเตรียมตัวอะไรไปมากครับ เพราะสัปดาห์แรกๆจะที่การปรับพื้นฐานอยู่แล้ว และในช่วงแรกจะมีเวลาว่างเยอะ ทำให้เราสามารถเตรียมตัวในช่วงนี้ได้ ไม่ว่าจะปรับตัวเรื่องการเรียนหรือการอยู่อาศัย แต่สิ่งที่สำคัญคือการแบ่งเวลา เพราะว่าในช่วงหลัง อาจารย์จะนัดเรียนเพิ่ม มีการออกนอกพื้นที่ มีการบ้านเพิ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการบ้านที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ Simulation เพราะว่ามันจะใช้เวลานาน ทำให้เราอาจจะเหนื่อยหน่อย ถ้าหากเราแบ่งเวลาไม่ดี  

 

          เพื่อส่วนใหญ่ในห้อง มีกี่คน ส่วนใหญ่เป็นชาติไหนบ้าง 

          ในคลาสมีประมาณ 50-60 คนได้ครับ ส่วนใหญ่จะมีอายุหน่อย โดยเฉลี่ยน่าจะ 20 ปลายๆ (ผมน่าจะเด็กสุดในห้อง) แบ่งเป็นชาวเอเซีย (ไทย จีน อินเดีย อินโด มาเล) สัก 35 % ชาวแอฟริกาสัก 35 % ชาวอเมริกาใต้สัก 20 % ชาวยุโรป-รัสเซียอีกสัก 10 %  

"
*แมคดูเคชั่น สถาบันส่งเสริมการศึกษาต่อสก็อตแลนด์
ก่อตั้งขึ้นโดยศิษย์เก่าสก็อตแลนด์ และเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยสก็อตแลนด์ทุกแห่ง ที่เดียวในประเทศไทย แมคดูเคชั่นมีทีมที่ปรึกษาที่เป็นศิษย์เก่าและอดีตเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยต่างๆในสก็อตแลนด์ ได้รับความสนับสนุนทางการเงินโดยตรงจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐ นักเรียนสามารถขอรับคำแนะนำจาก McDucation โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในทุกขั้นตอน