Scottish Universities Alumni
Tanapol Wongwaipanich (Nino)
MSc International Management & Design Innovation
University of Glasgow
"รีวิว MSc International Management & Design Innovation, Glasgow ดีไหม
 
การเรียน
ผมเลือกเรียนต่อสาขา MSc. International Management & Design Innovation เป็น Joint programme ระหว่างสองมหาวิยาลัยคือ 
University of Glasgow และ Glasgow School of Art ที่ได้เรียนทั้ง International Management จาก มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด 100 
อันดับแรกของโลก รวมทั้ง Design Innovation จาก Glasgow School of Art ซึ่งมีชื่อเสียงด้าน Art & Design ติดอันดับดีที่สุด 10 
อันดับแรกของโลก สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมเชื่อมั่นว่าสาขานี้จะสามารถเพิ่มโอกาสที่จะได้งานดีๆ


 
ฝั่ง International Management จะได้เรียนอยู่ประมาณ 5 วิชา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือวิชา Marketing Management ที่อาจารย์สอนสนุก ได้ทั้งทฤษฎี
และทางปฎิบัติ โดยรูปแบบการสอนจะเป็นแบบบรรยายห้องล่ะประมาณเกือบ400คน รวมทั้งยังมี Tutorial Class เป็นการเรียนแบบกลุ่มย่อย ๆ
เน้นการ Discuss เป็นส่วนมาก ซึ่งสุดท้ายแล้วจะมีการประเมินผลโดยการทำ Viral Video เป็นงานกลุ่ม และ รายงานประกอบตัวงานกลุ่มวีดีโอซึ่ง
จะเน้นการ Reflect ว่าเราได้ผ่านกระบวนการใดบ้างออกมาเป็นตัวนี้และเราได้เรียนรู้อะไรบ้าง ซึ่งผมรู้สึกได้ว่าการทำ ตัวไวรัลวีดีโอ ทำให้เราได้จับ
กับตัวโปรเจคจริง ๆ เราต้องศึกษาตลาดและคิดถึงกลยุทธ์ และข้อความที่จะสื่อสารต่อกลุ่มเป้าหมายของเรา และในท้ายที่สุดกลุ่มของผมก็เป็นกลุ่ม
ที่ได้คะแนนมากที่สุดของ Assignment นี้  

สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าผมขาดก่อนที่จะมาเรียนคอร์สนี้คือ Critical Thinking ที่ทุกวิชาต้องการจากเรา และการตั้งคำถาม เช่นในห้องเรียนเราคิดว่าเราเข้า
ใจหมดที่อาจารย์สอนจนเพื่อนในห้องถามคำถามขึ้นมา ซึ่งเราพบว่า จริง ๆแล้วเราก็สงสัยข้อนั้นเหมือนกัน ทำให้เรารู้จักที่จะคิดวิเคราะห์กับสิ่งต่างๆ
มากขึ้นและเชื่อว่าเราจะพัฒนาในด้าน Critical Thinking มากกว่าแต่ก่อน
 


สิ่งที่อยากแนะนำคือก่อนเข้าเรียนอาจารย์จะอัพโหลดสไลด์หรือบทความให้ก่อนซึ่งเราควรที่จอย่างน้อยอ่านผ่านตาหรือดีที่สุดอ่านก่อนเข้า
เรียน เพื่อที่จะสามารถเข้าใจและโต้เถียงในคลาสได้ นอกจากนี้สำหรับ Adam Smith Business School จะมี โครงการ Graduate Awards
ที่จะให้นักศึกษาเลือกที่จะทำกิจกรรมอย่างน้อย 4 กิจกรรม ซึ่งท้ายที่สุดเราจะได้เกียรติบัตรด้วยถ้าเราทำสำเร็จ แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือสิ่งที่ได้จาก
การทำกิจกรรมเหล่านั้น เช่นผมเลือกลงเรียน Advanced English for Business (Writing) เป็นการเรียนภาษาอังกฤษ แบบจำลองสถานการณ์
ว่าเราเป็นพนักงานฝึกงานที่ต้องแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งเราต้องเขียน รายงาน อีเมล์ เป็นต้น นอกจากนี้ผมยังได้ร่วมกิจกรรม PSP Executive เป็น
Workshop สำหรับพัฒนศักยภาพสำหรับทักษะต่าง ๆในที่ทำงานซึ่งเราได้เรียนรู้ Soft Skill เช่น การสื่อสาร การจัดการเวลา การจัดการความ
ขัดแย้ง และที่สำคัญเพื่อนๆต่างสาขาที่ได้มาเจอกัน

ส่วนฝั่ง Design Innovation การเรียนการสอนจะเป็นแนว Design Studio เน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม โดยแบ่งเป็น Stage 1 ในเทอมที่
1 เป็นการปูพื้นฐานให้กับทุกคน เพราะบางคนไม่ได้มีประสบการณ์ทั้งการเรียนหรือการทำงานด้าน Design Innovation มาก่อน ในเทอมที่ 2
จะมี Stage 2 ซึ่งนักเรียนสามารถเลือกได้ว่าจะทำโปรเจคเรื่องอะไรตามหัวข้อที่อาจารย์มีให้ ซึ่งในปีผมมี 3 กลุ่มโปรเจคด้วยกันคือกลุ่มแรก
ทำงานเกี่ยวกับ Refugee กลุ่มที่ 2 คือ สถานทูตโปรตุเกต ใน UK และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่ผมเลือกเป็นโปรเจคเกี่ยวกับ NHS คือบริการ
ด้านสุขภาพแห่งชาติ ของ UK

ในกลุ่มของผมได้รับมอบหมายให้ทำโปรเจคเกี่ยวกับ Mental Health ความท้าทายอย่างนึงสำหรับผม เพราะที่ผ่านมา ผมจบและทำงานด้าน
สถาปัตยกรรม โดยสถาปนิกคือผู้ที่รู้และเชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมมากที่สุด และผลผลิตสุดท้ายมักเป็นอะไรที่จับต้องได้ แต่ เมื่อได้เรียน
Design Innovation มุมมอง และแนวทางการออกแบบนั้นต่างออกไป ซึ่งการเรียนการสอนเขาจะเน้นการที่เราต้อง engage กับปัญหา และ
ผู้ใช้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วผลลัพธ์อาจออกมาเป็นอะไรก็ได้ เช่น บริการ ผลิตภัณฑ์ หรือ Policy

และท้ายที่สุดของการเรียนเราจะสามารถเลือกได้ว่าจะทำ Dissertation กับ UofG หรือ Thesis Project กับ GSA ก็ได้ ซึ่งผมเลือกทำโปรเจค
จบกับ GSA เพราะเชื่อว่าคุ้นเคยกับการเรียนและทำงานแบบนี้รวมทั้งหัวข้อและเรื่องที่สนใจสามารถเลือกทำได้หลากหลายกว่า โดยผมเลือก
ทำออกแบบบริการสำหรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษณ์โดยมีกลาสโกวเป็นเมืองต้นแบบของการศึกษา โดยเราจะมีเวลาประมาณ 1 เดือนในการ
หาหัวข้อที่สนใจพร้อมกับมีการ Workshop สำหรับหัวข้อเพื่อช่วยเราหา หรือเพิ่มความเป็นไปได้ของหัวข้อที่เราสนใจด้วย หลังจากนั้นเรามี
เวลาประมาณ10สัปดาห์ในการพัฒนา ส่งเล่มและนำเสนอ โดยระหว่างทางนั้นจะได้รับมอบหมายอาจารย์ 1 คน ที่จะคอยให้คำแนะนำเรา
ตลอดโปรเจค เวลาพบที่ปรึกษามีทั้งสิ้นประมาณ 6 ชม. โดยเป็นรูปแบบ Tutorial Group ที่ทุกคนจะได้ฟังปัญหา และช่วยกันตอบคำถาม
ให้กันและกัน ซึ่งดีตรงที่เราสามารถนำข้อเสนอแนะหรือสิ่งที่เพื่อนทำอยู่ของเพื่อนมาปรับใช้กับของเราได้ และท้ายที่สุดก็จะมีการจัด
นิทรรศการซึ่งเปิดโอกาสให้คนภายนอกได้ชมผลงานรวมทั้งบุคลกรจากองกรณ์ต่าง ๆที่อาจเป็นผู้ว่าจ้างงานเราในอนาคตก็ได้

 

เมือง
ให้พูดตามตรงคือไม่เคยรู้จักกลาสโกวมาก่อน รู้จักแค่ชื่อทีมฟุตบอล แต่เลือกมาเรียนสาขานี้เนื่องด้วยอันดับและชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย
แต่พอได้มาอยู่และเรียนที่นี่แล้ว เรียกได้ว่ากลาสโกวเป็นเมืองที่มีสีสัน น่าอยู่ เรียกได้ว่าเป็นบ้านอีกหลังหนึ่งของผมไปแล้ว ผู้คนที่นี่น่ารัก
มาก เป็นมิตร สภาพอากาศอาจจะอึมครึมไปบ้างช่วงหน้าหนาว อาจส่งผลให้เหงาบ้าง แต่เพื่อนๆทั้งคนไทย และเพื่อนจากคลาส ปาร์ตี้บ้าง
เที่ยวบ้าง กินข้าวบ้างก็ทำให้มีความสุขดี



ผมเช่าแฟลตในเมืองร่วมกับเพื่อนคนไทยที่เจอในงาน Scotland Party ก่อนที่จะมาเรียนที่นี่ ซึ่งราคาต่อเดือนจะถูกกว่าหอนักศึกษาทั่วไป
แต่ต้องจัดการเรื่องค่าน้ำไฟ ต่ออินเตอร์เนตเอง แฟลตห่างจาก UofG ประมาณ 1 กม. ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางด้วยรถบัส ไม่ก็รถใต้ดิน แต่ของ
GSA ห่างแค่เดิน 2-3 นาทีถึง ซึ่งสะดวกมาก ใกล้ร้านค้าและซุปเปอร์

เนื่องด้วยเคย Pre Sessional Corse มาก่อนที่ Kingston University ลอนดอน ทำให้สามารถเทียบได้ว่า กลาสโกวเราสามารถใช้จ่ายได้
น้อยกว่าทั้งเรื่องที่พักและค่ากินอยู่ ถ้าทำอาหารทานเองที่บ้านบ้างก็จะประหยัดได้เยอะเลย มีแต่ค่ารถสาธารณะที่อาจแพงกว่าลอนดอน
นิดหน่อย



กลาสโกวเป็นเมืองใหญ่มากอยู่มา 1 ปีก็ยังเที่ยวได้ไม่ครบ เพราะต้องเผื่อไปเที่ยวเมืองอื่นประเทศอื่นด้วย ซึ่งกลาสโกวเดินทางไปต่างเมือง
ก็ง่ายรถไฟ รถบัส หรือสนามบินกลาสโกวก็ห่างแค่ 15 นาที โดยรถบัส นี่เป็นอีก 1 ทักษะที่ได้รับการพัฒนาคือการแบ่งเวลา เพราะหน้าที่หลัก
คือมาเรียน หน้าที่รองคือท่องเที่ยว ผมจะมีเวลาสำหรับท่องเที่ยวเสมอ เพื่อชาร์จแบตและเปิดมุมมองไปท่อวเมืองอื่นๆบ้างเพราะ
เดินทางง่ายและคงมีโอกาสไม่กี่ครั้งในชีวิตที่จะได้เที่ยวแบบนี้
 


ความประทับใจ
สิ่งที่ประทับใจในตัวมหาวิทยาลัยคือการสนับสนุนด้านต่างๆแก่นักศึกษา เช่น หนังสือ และ Database ในห้องสมุดซึ่งใช้งานง่าย และช่วย
ให้ผมหาข้อมูลทำรายงานจบมาได้ รวมทั้งสนับสนุนและให้คำปรึกษาเรื่องการทำงาน มี Career Advisor ที่เราสามารถนัดหมายไปคุย
ตรวจ CV หรือ จำลองการสัมภาษณ์ได้ อีกทั้งโปรแกรม Graduate Awards ที่ผมได้ความรู้ที่ได้มากกว่าในห้องเรียน

มหาวิทยาลัยยังแสดงให้เห็นถึงว่าเขารับฟังเสียงของนักเรียนจริงๆ ในแต่ละปีจะมีตัวแทนจากสาขาเป็น Representative ของสาขาซึ่งจะ
นำความคิดเห็นหรือคำวิจารณ์ไปประชุมกับทางมหาวิทยาลัย ซึ่งในสาขาผม ผมและเพื่อนๆคิดว่า กิจกรรมต่างๆที่ Business School จัด
นั้นค่อนข้างเป็นทางการณ์ และเน้นแต่กิจกรรมลักษณะ Business connection การมีกิจกรรมที่กึ่งทางกรหรือไม่เป็นทางการบ้างก็น่าจะ
ทำให้นักศึกษากระชับสัมพันธ์ได้เหมือนกัน ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานคณะก็ได้กิจกรรมลักษณดังกล่าวเป็นรูปบแบบ บาร์บีคิวปาร์ตี้ เพื่อลด
ความเครียดระหว่างช่วง Dissertation ริมแม่น้ำ Clyde ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับความคิดเห็นกับนักเรียนมากๆ

 

เรียนจบมาได้อย่างแรกต้องขอบคุณพ่อแม่พี่น้องที่ช่วยสนับสนุน แฟนที่เป็นกำลังใจ เพื่อนที่ไทยที่ได้มาเจอและเยี่ยมเยียนกัน เพื่อนที่ได้
เรียนด้วยกัน ช่วยกันติวหนังสือ ช่วยกันคอมเมนต์งาน ทำให้สอบผ่าน งานออกมาดี รวมถึงผลัดกันบ่นและระบาย อาจารย์และสตาฟทุกคน
ที่สอนและให้คำปรึกษา ร่วมทั้งที่ปรึกษาธีสิส ผุ้คนที่ไปสัมภาษณ์ และบุคคลต่าง ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง แต่ทุกคนมีส่วนช่วยทำให้เรียนจบมา
ได้ แต่ก็ต้องขอบคุณพี่เก๋และพี่บุ๋มที่ช่วยดูแลให้คำปรึกษาแนะนำและวางแผนการมาเรียน และ ข้อเสนอต่าง ๆ ช่วยดูและเรื่องวีซ่าซึ่งมี
เวลากระชั้นชิดมากๆ ซึ่งพี่ๆก็ ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ จนมาเรียนได้ทัน ขอบคุณมากๆครับพี่ๆเป็นส่วนช่วยให้ผมได้มาเรียนที่นี้



น้องๆที่สนใจสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ Glasgow สามารถลงทะเบียนโดยคลิก Get Free Advice สีเขียวทางด้านขวามือนี้ได้เลยค่า ^^"

*แมคดูเคชั่น สถาบันส่งเสริมการศึกษาต่อสก็อตแลนด์
ก่อตั้งขึ้นโดยศิษย์เก่าสก็อตแลนด์ และเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยสก็อตแลนด์ทุกแห่ง ที่เดียวในประเทศไทย แมคดูเคชั่นมีทีมที่ปรึกษาที่เป็นศิษย์เก่าและอดีตเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยต่างๆในสก็อตแลนด์ ได้รับความสนับสนุนทางการเงินโดยตรงจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐ นักเรียนสามารถขอรับคำแนะนำจาก McDucation โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในทุกขั้นตอน