Scottish Universities Alumni
Rawin Chanpitak (Pie)
MSc Quantitative Finance
University of Glasgow
"รีวิว MSc Quantitative Finance, Glasgow ดีไหม

ก่อนเข้ามหาลัย


แรกเริ่มเดิมทีนั้นตัวเองคิดว่าอยากออกมาหาประสบการณ์ใหม่ ๆ หลังจากที่ได้เรียนจบ วิศวกรรม โยธาที่จุฬามาได้หมาด ๆ เพราะตัวเองเชื่อว่าความหลากหลายทางความรู้ อาจนำไปสู่นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ บวกกับความชอบส่วนตัวในวิทยาศาสตร์ทางด้านคณิตศาสตร์ เลยไม่คิดว่าการเรียนต่อในสายนี้จะมีปัญหาอะไรมากนัก เมื่อเรียน Couse Work จบหมดแล้วและส่ง Dissertation เรียบร้อยจึงพบว่า จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ในขณะเดียวกัน มันก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของมนุษย์ ไอสไตน์บอกไว้ว่า “ไม่มีสิ่งไหนบนโลกที่จะเกินความเข้าใจของมนุษย์ไปได้”

จุดเริ่มต้นที่ส่งใบสมัครมาที่นี่เกิดขึ้นในงานสัมมนาเรียนต่อแห่งหนึ่ง บังเอิญว่า University of Glasgow อยู่เป็นซุ้มแรกหลังจากที่เข้าประตูมา เลยมุ่งเข้าสู่ซุ้มมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก่อน หลังจากได้พูดคุยกับพนักงานที่ซุ้มแล้วจึงเริ่มเดินไปซุ้มต่างๆ หลังจากงานสัมมนามาประมาณ 3 ถึง 4 เดือน ทางฝั่ง McDucation คอยติดต่อกับเราตลอดผิดกับที่อื่น ๆ เราจึงค่อนข้างมั่นใจว่า McDucation เอาจริงเอาจังกับเรามาก ๆ เราจึงฝากฝังพร้อมทั้งปรึกษาพี่ ๆ ที่ McDucation เพื่อเตรียมพร้อมที่จะไปเรียนต่อ หลังจากได้ส่งใบสมัครไปในที่ต่าง ๆ พบว่าที่ University of Glasgow น่าจะเป็นที่ที่ดีที่สุด ทั้งในด้านชื่อเสียงในระดับนานาชาติและทางด้านการจัดอันดับ

ยอมรับเลยว่าไม่เคยรู้จักมหาวิทยาลัยที่นี่หรือแม้แต่เมือง ๆ นี้เลยด้วยซ้ำ รู้แค่ว่าเป็นเมืองเมืองหนึ่งในสก็อตแลนด์ ในมุมมองของผมนั้นเห็นว่า University of Glasgow เป็นมหาวิทยาลัยประจำเมืองใหญ่ของสก็อตแลนด์, เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของ UK และเป็นเมืองที่ผลักดันศิลปะมาก ๆ โดยส่วนตัวเป็นคนเล่นดนตรีทำดนตรีเป็นของตัวเองอยู่แล้ว เมื่อลองค้นหาคอนเสิร์ตที่จะจัดในปีที่เรียนแล้วบอกเลยว่า ถ้าไม่มาอาจจะไม่มีโอกาสได้ดูวงดนตรีบางวงเลยด้วยซ้ำ เมื่อเปรียบเทียบกับชีวิตที่เหลือที่อยู่ที่ประเทศไทย

                                             

อีกเหตุผลหนึ่งเลือกเข้าเรียนที่นี่เพราะว่าค่าเรียนถูกมาก ๆ เมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ นอกจากค่าเรียนที่ถูกแล้วทาง McDucation ยังช่วยออกค่าเล่าเรียนเป็นทุนการศึกษา 5,000 ปอนด์ ซึ่งคิดเป็นหนึ่งในสี่ส่วนของค่าเล่าเรียน เมื่อตีเป็นเงินไทยแล้วเงินส่วนนี่เท่ากับ 200,000 บาทไทย เลยคิดว่าเงินในส่วนนี้ก็ช่วยลดภาระให้พ่อกับแม่ได้มากอยู่เหมือนกัน และด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้จึงจัดการจ่ายค่ามัดจำเรียบร้อยเสร็จสรรพพร้อมแพ็กกระเป๋าบินไปเรียนต่อต่างประเทศ

                                             
 
MSc Quantitative Finance ยากอย่างที่เขาว่าจริงหรอ???

ในหัวข้อนี้อยากจะเจาะไปที่คอร์สมาสเตอร์คอสนี้ ซึ่งไม่ได้รับความนิยมมากเท่าไรนัก เพราะเคำเล่าลือถึงความยากของเนื้อหาวิชา ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่า เมื่อคอร์สมันยิ่งยาก ความสนใจก็จะมีน้อยลง เพราะฉะนั้นดูเหมือนว่าตลาดแรงงานน่าจะต้องการแรงงาน เพื่อมาทำงานในตำแหน่งนี้อยู่พอสมควร เงินเดือนที่ได้ไปลองสังเกตดูมาก็ค่อนข้างสูงจึงคิดว่าคอร์สนี้เป็นคอร์สที่น่าสนใจและตัดสินใจลงทุนไปกับการศึกษาครั้งนี้

ในสาขาวิชา  Quantitative Finance จะเน้นไปที่การใช้คณิตศาสตร์เพื่อมาประยุกต์กับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกของไฟแนนซ์ เช่น การพยากรณ์ราคาหุ้นในอนาคต การทำลายความเสี่ยง การหาราคาตราสารอนุพันธ์ แต่ในคอร์สนั้นแทบจะไม่ได้สนใจทางด้าน Accounting และ Corporate Finance เลย ดังนั้น หากใครที่ได้มาอ่านรีวิวนี้แล้วและอยากที่จะเข้าไปในตำแหน่งที่กล่าวไว้ข้างต้นก็ข้ามคอร์สนี้ไปได้เลยครับ เพราะคอร์สนี้เหมาะกับนักลงทุนที่พร้อมจะรับความเสี่ยง เราจะมาเล่นแร่แปรธาตุเพื่อกำจัดความเสี่ยงนี้ให้มันหมดไป พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจในการลงทุนด้วยการวิเคราะห์หาหลักฐานจากข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตด้วยหลักการทางคณิตศาสตร์ ถ้าจะให้สรุปง่าย ๆ แล้วคิดว่าคอร์สนี้ คือ “คณิตศาสตร์ประยุกต์เพื่อการลงทุน” นั่นเอง

                                             

ในคอร์ส Quantitative Finance มหาวิทยาลัยจะบังคับให้เราลงวิชาด้วยกัน 6 วิชา ซึ่งมี 3 วิชาที่เป็นตัวบังคับ และอีก 3 วิชาที่เลือกเอาจาก 8 วิชาที่เหลือ ดังนั้น จะขอรีวิว 6 วิชาที่ตัวเองได้ลงเรียนทั้งหมด เพื่อนให้ผู้ที่สนใจเรียนต่อทางด้านนี้ได้เห็นภาพกว้าง ๆ ว่าที่กลาสโกว์นั้นเหมาะสำหรับตัวเองหรือไม่?
  1. Mathematical Finance (Compulsory Course) [ความยาก 4/5, ความน่าสนใจ 3/5, ความสำคัญ 4/5] : หลังจากอ่านชื่อแล้วหลาย ๆ คนคงจะนึกไม่ออกว่าวิชานี้มันจะไปซับซ้อนได้ยังไง แน่นอนว่ามันดูไม่ซับซ้อนเลยสำหรับคนที่ไม่เคยได้ลองย่างกรายเข้ามาในหัวข้อนี้ วิชานี้หลัก ๆ เกี่ยวกับคณิตศาสตร์เพื่อหาราคาออฟชั่น ซึ่งเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งในการลงทุน ในภาษาไทยเราอาจจะเรียกมันว่า ตราสารอนุพันธ์ออฟชั่น ดังนั้น เราจะได้รู้ถึงจุดกำเนิดของความคิดของนักคณิตศาสตร์ในสาขานี้ เพื่อให้เห็นถึงวิวัฒนาการทางคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนนั่นเอง เพื่อให้เห็นถึงทฤษฎีต่าง ๆ ที่ได้คิดค้นขึ้นมาเพื่อให้หาราคาออฟชั่นได้อย่างถูกต้อง ตัวอย่างเช่น Fundamental Theory of Asset Pricing, Martingale Process, Self-Rebalancing และ Stochastic Process โดยไฮไลท์ของวิชานี้น่าจะเป็นการศึกษาเกี่ยวกับเบื้องหลังของ Black-Scholes Option Pricing Formula ว่ามีความเป็นมาอย่างไร มีข้อจำกัดอย่างไรบ้าง ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากและต้องการความเข้าใจทางคณิตศาสตร์สูงมาก แน่นอนอยู่แล้วว่า สูตรสำเร็จของสมการนั้นง่ายมาก แต่หากเราไม่มีความเข้าใจต่อโครงสร้างของสมการและการหลับหูหลับตาใช้จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ผิด ๆ อย่างแน่นอน
     
  2. Portfolio Analysis and Investment (Optional Course) [ความยาก 2/5, ความน่าสนใจ 3/5, ความสำคัญ 3/5] : เชื่อว่าวิชานี้เป็นวิชาพื้นฐานที่หากเคยเรียนในสาขาไฟแนนซ์มาก่อน จะต้องผ่านวิชานี้กันมาทุกคน ดังนั้นในระดับปริญญาโทแล้ว ผมคิดว่าวิชานี้ค่อนข้างง่ายไปหน่อยและไม่น่าสนใจเท่าไรนัก ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับผมที่ไม่เคยเรียนไฟแนนซ์มาก่อนจึงต้องเข้าลงเรียนเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานตามทันเพื่อน ๆ ในคลาส เนื้อหาการเรียนเกี่ยวกับทฤษฎีการสร้าง Portfolio เพื่อการลงทุน, Capital Asset Pricing Model และ การบริหารความเสี่ยงใน Portfolio ทั้งหมดนี้เป็นส่วนสาระสำคัญสำหรับพื้นฐานการลงทุน
     
  3. Basic Econometrics (Optional Course)  [ความยาก 4.5/5, ความน่าสนใจ 4.5/5, ความสำคัญ 5/5] : สิ่งนี้คือ ใบเบิกทางสู่โลกของข้อมูลหรือที่เราคุ้นเคยกับ Data science นั่นเอง โดย Econometrics เป็นวิชาที่ว่าด้วยการใช้สมการเส้นตรง เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสองตัวแปรหรือมากกว่า หากเราสามารถหาความสัมพันธ์ได้แล้ว เราก็นำสมการมาวิเคราะห์สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น เกรด GPA สัมพันธ์กับฐานะทางบ้าน, เพศและอายุหรือไม่ โดยนำข้อมูลที่เราเก็บมาได้ มาวิเคราะห์ด้วยสมการคณิตศาสตร์ออกมาเป็นสมการเส้นตรง เมื่อได้อ่านดูแล้วอาจจะไม่ยากเท่าไรนัก แต่ว่าที่ University of Glasgow จะสอนให้เข้าใจถึงแก่นแท้รากเหง้าของวิชานี้ ซึ่งไม่ได้มีความยากน้อยไปกว่าคณิตศาสตร์ในสาขาอื่น ๆ เลย ผู้เรียนจะต้องมีความเข้าใจอย่างมาก จึงจะสามารถทำข้อสอบได้เกรดดี ๆ ออกมาได้ ในทางกลับกัน สิ่งนี้คือ ประตูที่จะนำไปสู่คณิตศาสตร์อีกแขนงหนึ่ง จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีพื้นฐานที่ดีก่อนที่จะเข้าสู่บทเรียนต่อไป เปรียบเสมือนฐานรากของโครงสร้างนั่นเอง อาจารย์ท่านหนึ่งที่ University of Glasgow พูดไว้ว่า “นักวิเคราะห์ที่ดีจะต้องมีความเข้าใจ Basic Econometrics อย่างถูกต้อง เพื่อประกอบการตัดสินใจสำหรับการลงทุน”
     
  4. Financial Derivative (compulsory course) [ความยาก 4/5, ความน่าสนใจ 3.5/5, ความสำคัญ 3/5] : วิชานี้เราจะเน้นไปที่การใช้ Monte Carlo Simulation เพื่อนำไปหาราคา Exotic Options และการใช้โมเดลคณิตศาสตร์เพื่อทำการโมเดล Volatility และ Interest rate Exotic Options เป็นส่วนหนึ่งของ Derivative Market แต่ในตลาดส่วนนี้ยังมีผลิตพันฑ์อื่นที่ไม่ค่อยได้ถูกพูดถึงในคอร์สนี้เท่าไรนัก อาทิเช่น Forward, Future หรือ Bond อื่น ๆ อย่างไรก็ตาม เพียงเนื้อหาที่กล่าวมาก็อาจทำให้หลาย ๆ คนเบือนหน้าหนี สำหรับ Monte Carlo Simulation นั้น เหตุผลที่เราต้องหยิบเครื่องมือนี้มาใช้เพราะว่าปัญหาบางอย่างที่ไม่สามารถหาคำตอบหนึ่งเดียวได้ด้วยสมการคณิตศาสตร์ ดังนั้น เราจึงทำการจำลองการคำนวณคำตอบด้วยความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมด เพื่อมาเป็นคำตอบโดยประมาณ ยิ่งเราคำนวณมากเท่าไรคำตอบก็จะยิ่งแม่นยำขึ้นเท่านั้น ในคอร์สนี้เราจะได้แก้ปัญหาแปลก ๆ ยาก ๆ อาทิเช่น Asia Options, American Options และ Barriers Options ที่มีเงื่อนไขพิเศษแตกต่างจาก European Options ทั่วไป คอร์สนี้เป็นคอสที่ต่อเนื่องมาจาก Mathematical Finance
     
  5. Modelling and Forecasting Financial Markets (Compulsory Course) [ความยาก 5/5, ความน่าสนใจ 4/5, ความสำคัญ 4.5/5] : การทำ Forecasting ในที่นี้คือการใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในอดีตมาคาดการณ์ข้อมูลในอนาคต ดังนั้น วิชานี้จึงน่าสนใจมาก ๆ ในเชิงของผู้ที่ต้องการศึกษาทางด้าน Trading และต้องการศึกษา Financial Data Analysis วิชานี้เป็นตัวต่อของ Basic Econometrics ซึ่งเรียกได้ว่าระดับความยากนั้นยากแบบก้าวกระโดดกันเลยทีเดียว เราจะต้องเรียนเกี่ยวกับทฤษฎีของข้อมูล เช่น Stationary Process, White-Noise Process และ Forecast Error Evaluation โดยอาจารย์จะไม่ลงลึกมาก เพราะเนื้อหาจะมีเยอะมาก ๆ อย่างไรก็ตามแค่ผิว ๆ ของวิชาก็ทำให้หืดขึ้นคอได้ เพื่อน ๆ ชาวไทยส่วนใหญ่จะได้เกรดไม่ค่อยสวยนัก แต่ก็มีบางคนที่ได้ A กลับมา วิชานี้สำคัญอย่างยิ่งเมื่อเราจะต้องเข้าไปทำงานในธนาคารหรือบริษัทลงทุนที่เน้นใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น High-Speed Trading หรือ Hedge Funds
     
  6. C++ and Finance (optional course) [ความยาก 2/5, ความน่าสนใจ 3/5, ความสำคัญ 3.5/5] : วิชานี้ไม่ยากเหมือนที่คิดไว้มากนัก โดยจะเน้นหนักไปที่การแก้ปัญหาทางด้านไฟแนนซ์ด้วยการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา C++ ข้อดีของ C++ คือมันเป็นภาษาที่สามารถคิดคำนวณได้ไวมาก ๆ ภาษาหนึ่ง ในอุตสาหกรรมที่ต้องการความเร็วในการคำนวณจึงนิยมใช้ภาษานี้เพื่อผลิด Calculation Automator แบบเรียลไทม์ขึ้นมา แน่นอนวิชานี้ยังช่วยฝึกสกิลการคิดเป็นระบบและการทำงานของคอมพิวเตอร์ ทำให้เราเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์มากขึ้น อย่างไรก็ดี วิชานี้จะเน้นไปที่การคำนวณมากกว่าการสร้างกราฟฟิค ดังนั้นผู้เรียกอาจจะยังจำเป็นที่จะต้องไปทำการศึกษาต่อเอาเองเพื่อที่จะพัฒนาตัวเองเพื่อพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน
ถึงแม้ว่าวิชาที่เรียนนั้นจะดูยากก็จริง หากเราจัดเวลาให้กับการเรียนดี ๆ แล้ว เราจะพบว่าเรามีเวลาเหลือให้ทำอย่างอื่นเยอะมาก ๆ คีย์เวิร์ดของการศึกษาปริญญาโทที่เมืองนอกสำหรับเรานั้นก็คือ Time Management และ Critical Thinking หลังจากที่เราเรียนได้หนึ่งถึงสองสัปดาห์ เราควรจะทบทวนอยู่เสมอและถามตัวเองว่ามีวิชาไหนที่ยังไม่เข้าใจอยู่หรือเปล่า หรือว่ามีรายงานที่ต้องส่งพร้อมกันกี่เล่ม ถ้ามีแล้วเราจะจัดการกับมันอย่างไร ซึ่งเราก็ต้องคอยจัดการให้พร้อมอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ทำงานนอกเวลาเพราะเวลานั้นมีค่า อย่าเอาไปเสียกับเงินแค่ไม่กี่บาทกับประสบการณ์ที่ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์ เอาเวลามาพัฒนาตัวเองในด้านที่ควรจะพัฒนาจะดีกว่าในระยะยาว
 
ชีวิตความเป็นอยู่ในเมือง Glasgow
เมืองกลาสโกว์ได้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกสำหรับผมไปซะแล้ว บางคนอาจจะไม่เห็นด้วยกับคำตอบนี้ แต่อยากจะให้ได้ลองมาอยู่ด้วยตัวเองจริง ๆ แล้วคุณจะหลงรักความหลากหลายที่ลงตัว Glasgow เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 3 ของ UK ดังนั้น ไม่ต้องห่วงเลยว่านี่จะเป็นเมืองที่เล็กไปหรือเปล่า คำนิยามของมันยากมาก เพราะมันไม่ใช่เมืองที่ยิ่งใหญ่อลังการเหมือนกับ London หรือ New York หรือแม้แต่ Bangkok แต่เมืองนี้เปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายจนคุณไม่อาจทำทุกอย่างให้หมดได้ภายในหนึ่งปี

คนพื้นถิ่นในกลาสโกวนั้นมีอัธยาศัยที่ดีมาก ดีจนผมเองก็ไม่คิดว่าเราสามารถเรียกตัวเองว่า “Thailand, Land of Smile” ได้อีกต่อไป ลองคิดสภาพว่าเดินติดอยู่ที่ไฟแดงหรือตามแหล่งท่องเที่ยว คุณจะหยุดคุยกับคนไหนก็ได้ตามที่คุณต้องการ มีมากกว่าร้อยครั้งที่ผมจะต้องโดนหยุดคุยกับชาวพื้นเมืองที่นั่น ซึ่งทำให้ผมประทับใจมาก ๆ ชาวสก็อตจะพร้อมช่วยเหลือคุณตลอดเวลาและพร้อมจะคุยเล่นตลอดเวลาเช่นกัน วันไหนผมเบื่อ ๆ ผมเดินลงไปคุยกับนักการภารโรงในหอพักยังได้ ครั้งหนึ่งเพื่อนผมทำโทรศัพท์หายบนแท็กซี่ตอนตี 3 ตามหาไม่เจอ สุดท้ายคน Native ที่นั่นเค้าติดต่อกลับมาแล้วได้คืนในวันรุ่งขึ้นทันที
 
                                             

ถึงแม้คนสก็อตจะดูใจดี แต่คนสก็อตเองก็มีมารยาททางสังคมที่เรานึกไม่ถึงเช่นกัน ตัวอย่างเช่น หากอยู่ในร้านอาหารเราห้ามเรียกพนักงานเสิร์ฟอาหารด้วยเสียง การเรียกออเดอร์นั้นทำได้ด้วยการหาจังหวะจ้องหาแล้วเรียกเอาครับ ในกรณีที่เป็นบาร์ก็เช่นกัน ถึงแม้คนเมาจะยืนอยู่ข้างหน้าบาร์อย่างไม่เป็นระเบียบ แต่การสั่งเครื่องดื่มจะถูกเรียงคิวเอาไว้แล้วตามคนที่มาก่อนมาหลัง มีอยู่ครั้งหนึ่งเพื่อนผมอยู่หน้าบาร์แล้วดีดนิ้วเรียกพนักงาน พนักงานตะโกนออกมาว่า “ดีดนิ้วแบบนี้ผมขอไม่ทำให้นะครับ” ผลสุดท้ายต้องยืนคอยกันครึ่งชั่วโมงก่อนพนักงานคนใหม่จะมารับออเดอร์

                                             

ส่วนตัวผมเป็นคนชอบดนตรีหลากหลายแนว และที่นี่ก็ตอบโจทย์ข้อนี้ได้เป็นอย่างดี คุณจะสามารถหาคอนเสิร์ตในแต่ละแนวได้ทุกเดือนตั้งแต่ Classical Music ไปจนถึง Death Metal ไม่ว่าจะเป็น  Soul Jazz, Indie Rock, Hi-Hop, Disco, EDM และ Acid House ทุกซีนของดนตรีนั้นได้รวมไว้อยู่แล้วที่นี่ ดังนั้นกลางคืนไม่ต้องห่วงเหงา คุณควรจะออกมาสนุกกับซีนดนตรีที่ต่างกันที่เกิดขึ้นที่นี่มากกว่าที่จะนั่นฟังเพลงอยู่ที่ห้องคนเดียว หากไม่มีเพื่อนคุยคุณสามารถหาเพื่อนใหม่ได้แถวนั้นสบายๆ

                                             

ร้านอาหารในกลาสโกว์นั้นค่อนข้างหลากหลายมาก ๆ ดังนั้น ผมจึงไม่เห็นด้วยเท่าไรถ้าหากว่าชาวไทยเราจะจับกลุ่มกันทำอาหารทุกเย็น ผมคิดว่าเราควรจะออกไปเอ็นจอยกับความหลากหลายข้างนอกนั้นมากกว่า ในชีวิตที่ยังไม่เคยได้กินอะไรก็ได้มากินกันที่นี่แหละครับ มีคนเคยบอกว่ากลาสโกว์เป็นหนึ่งในเมืองที่อาหารอร่อยที่สุดใน UK เลยก็ว่าได้ แต่ว่าอาหารไทยที่นี่จะหาร้านอร่อย ๆ ยากกว่าที่เมืองอื่น ๆ ถ้าหากอยากกินอาหารไทยดี ๆ แนะนำให้นั่งรถไฟไปกินที่ Aberdeen ดีกว่าครับ

อย่างไรก็ดี การเรียนป.โทนั้นไม่เหมือนกับการเรียนป.ตรีเท่าไรนัก เนื่องจากว่าเพื่อน ๆ โดยส่วนใหญ่นั้นจะค่อนข้างมีอายุและเคยทำการทำงานมาก่อน ดังนั้น เค้าจะไม่ค่อยได้ออกมาปาร์ตี้เฮฮาได้อย่างเท่าที่ควรนัก เพราะแต่ละคนมีความรับผิดชอบไม่เหมือนคนอื่น เวลาที่ไม่ตรงกันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เราไม่ควรจะกดดันคนโน้นคนนี้ เพื่อให้เค้ามาใช้เวลาร่วมกับเรา ตรงกันข้าม เราควรจะหาเพื่อนไว้เยอะ ๆ แล้วเรียกเฉพาะคนที่มีว่างในแต่ละวัน ๆ ไป ซึ่งก็เป็นมุมมองที่ดี เพราะจะทำให้เรารู้จักคนมากขึ้น อย่าเขินอายที่จะต้องคุยกับคนต่างชาติ เพราะหากคุณไม่ใช้ภาษาอังกฤษของคุณมันก็จะไม่ได้พัฒนาไปไหนเลย อย่าลืมว่ายิ่งคุณรู้จักคนต่างชาติมากเท่าไร เวลาไปเที่ยวเมืองนอกคุณก็จะสามารถหาที่พักฟรีได้เยอะเท่านั้น

                                             

ใน Business School ประชากรส่วนใหญ่นั้นจะเป็นชาวจีน ดังนั้น ชาวจีนจะมีคอนเนคชั่นที่หนาแน่นเป็นพิเศษ เนื่องจากปริมาณคนที่เยอะมาก ๆๆๆ ชาวจีนจะเป็นเพื่อนคนสำคัญของเราในเวลาที่เราต้องการความช่วยเหลือได้ดี ตัวอย่างเช่น ตัวอย่างข้อสอบ อย่างไรก็ดีเพราะประชากรที่เยอะนั้น ทำให้มีทั้งคนที่ดีและคนที่ไม่ดี เชื่อว่าเพื่อน ๆ คงจะสามารถเจอมิตรแท้ที่ดีต่อกันได้ นอกจากนี้ อีกชาติพันธุ์ที่เยอะเป็นพิเศษคือชาว Greek และ Cyprus ชาติพันธุ์นี้จะเฮฮาปาร์ตี้เป็นพิเศษเมื่อเทียบกับยุโรปโซนอื่น ๆ ดังนั้น ชาติพันธุ์นี้ก็จะสามารถพัฒนาเป็นมิตรแท้ได้อีกเช่นกัน
 
Career Path จากวิชาที่ได้เรียนรู้
หลังจากที่ได้เรียนมาสักพักก็ถึงเวลาที่จะต้องออกหางานที่เราอยากจะทำในอนาคต เมื่อมองจากคอร์สที่ได้เรียนแล้ว งานหลัก ๆ นั้นควรจะเป็น Quantitative Analysis, Financial Data Analysis, Derivative Trader และ Financial Modeller ทั้งหมดนี้เป็นงานสายตรงสำหรับคอร์ส MSc Quantitative Finance อย่างไรก็ตาม หากจะกลับไปทำงานที่ประเทศไทย น้อยบริษัทนักที่จำเป็นจะต้องใช้บุคลากรที่มีความสามารถทางด้านนี้ เนื่องจากว่าตลาดไฟแนนซ์ของประเทศไทยนั้นยังไม่สมบูรณ์ดี จึงจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหรนักที่จะใช้เทคนิดที่กล่าวๆไปในคอสการเรียนที่อธิบายไปแล้ว บริษัทที่จะรองรับสายงานพวกนี้จะมีแต่ Investment Banking และ Bank of Thailand ซึ่งสำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์นั้น แทบจะยากมาก ๆ ที่จะได้เข้าไปทำงานในตำแหน่งดังกล่าว

ดังนั้น ตัวเลือกที่แตกต่างออกไปจากที่กล่าวข้างต้นจะแนะนำไว้ในส่วนนี้ อาชีพที่ผู้ว่าจ้างยินดีรับมาก ๆ ส่วนใหญ่จะเป็น Risk Analysis, Financial Analysis และ Business Analysis เพราะอาชีพพวกนี้จำเป็นต้องใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ประมาณหนึ่งจึงต้องการบุคคลากรที่จบจากคอสที่เน้นคณิตศาสตร์มากหน่อย ในไทยนั้นอาชีพที่กล่าวมามีเงินเดือนเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูงมาก

ในต่างประเทศ สาขาวิชานี้ค่อนข้างเป็นที่ต้องการในตลาดมากเมื่อเทียบกับ Corporate Finance ธรรมดา หรือ Accounting ดังนั้น โอกาสในต่างประเทศดูจะมากกว่าโอกาสในประเทศไทยมากนัก อย่างไรก็ดี การแข่งขันก็ยังคนสูงอยู่ เนื่องจากในต่างประเทศ ผู้ที่สมัครเข้ามาในตำแหน่งแบบนี้มักจะจบทางสายวิทยาศาสตร์มา เช่น Computer Science, Pure Mathematic, Pure Statistic หรือ Physics อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพราะค่าตอบแทนเริ่มต้นที่สูงกว่าอาชีพอื่นๆอย่างไม่น่าเชื่อ จึงทำให้ดึงดูดคนจากต่างความเชี่ยวชาญมาทำงานกันมาก ต่างประเทศมีปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือ Working Visa บริษัทในอังกฤษหากเป็นขนาดเล็กและขนาดกลางแล้ว จะไม่เสนอทำวีซ่าให้กับคนที่มาจากนอก EU ดังนั้นเราจะเสียเปรียบชาว EU มากกว่ามาก หากเราฉายแววเจิดจรัดจริงๆ ไม่แน่ว่าโอกาสจะมาถึงมือเราก็ได้ ตอนนี้ผมเองก็ได้รับโทรศัพท์เป็น Short Interview มาแล้ว ไม่ต่ำกว่าสิบสาย แต่หลาย ๆ สายไม่รับคนนอกประเทศเนื่องจากติดปัญหา Working Visa ซึ่งมีแต่บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้นที่จะยอมลงทุนทำ Working Visa ให้กับเรา

น้องๆที่สนใจสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ Glasgow สามารถลงทะเบียนโดยคลิก Get Free Advice สีเขียวทางด้านขวามือนี้ได้เลยค่า ^^"

*แมคดูเคชั่น สถาบันส่งเสริมการศึกษาต่อสก็อตแลนด์
ก่อตั้งขึ้นโดยศิษย์เก่าสก็อตแลนด์ และเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยสก็อตแลนด์ทุกแห่ง ที่เดียวในประเทศไทย แมคดูเคชั่นมีทีมที่ปรึกษาที่เป็นศิษย์เก่าและอดีตเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยต่างๆในสก็อตแลนด์ ได้รับความสนับสนุนทางการเงินโดยตรงจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐ นักเรียนสามารถขอรับคำแนะนำจาก McDucation โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในทุกขั้นตอน