Alumni Review | Marketing | University of Stirling
Scottish Universities Alumni
Kalaya Maipiya (Yean)
MSc Marketing
University of Stirling
"

รีวิวเรียนต่อ MSc Marketing ที่ University of Stirling
สวัสดีค่า ชื่อยีนนะคะ จบปริญญาตรีสาขา Business Management จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) ค่า

ทำไมถึงเลือก University of Stirling  คะ
ตอนแรกเราเลือกไว้หลายที่ แต่พอชั่งๆน้ำหนักดูแล้วคือ University of Stirling มันมีพื้นที่มหาลัยเป็นของตัวเองอ่าค่ะ คือมหาวิทยาลัยเป็นแคมปัสที่มีทุกอย่างครบ  แล้วพื้นฐานเราไม่ชอบมหาลัยที่กระจายตึกไปตามเมือง เหมือนบางที่เขาจะมีแบบคณะนู้นอยู่จุดนั้น  คณะนี้อยู่จุดนู้น กระจายไปตามเมือง  อีกอย่างที่เมือง Stirling อากาศดีมาก อีกทั้งพื้นฐานตัวเราเองชอบสก็อตแลนด์มากกว่าที่ไหนเลยใน UK บางคนก็บอกว่ามันจะต้องเงียบมากแน่เลยๆ เนื่องจากมันเป็นเมืองที่ไม่ใช่เมืองจ๋าขนาดนั้นเลย ที่จะมีอะไรมากมาย ด้วยความที่ส่วนตัวเราชอบอยู่แล้ว ชอบในความเป็นอย่างนั้นคือเป็นธรรมชาติ มีภูเขา ในเมืองและมหาลัยมีต้นไม้เยอะมาก ทำให้บรรยากาศดีมากๆ เลยค่ะ
 




ทำไมเราถึงเลือกเรียนเป็น MSc Marketing คะ
คืออยากเรียนแต่แรก เพราะตอนเรียนป.ตรี เหมือนมันยังไม่สุด ตอนเรียนป.ตรีเราเรียนเป็นบริหารทั่วไป เรารู้สึกว่าถ้าเกิดว่า จะต้องเรียนต่ออย่างงี้ถ้ามีโอกาสเรียนต่องี้ก็ Set เวลา อยากเรียน Marketing เพราะว่ามันเอาไปใช้ได้จริง ในงานในประสบการณ์ที่ผ่านๆมา มันค่อนข้างมีประโยชน์นะคะ




 
คอร์ส MSc Marketing ที่ Universityof Stirling ดียังไงคะ
ชอบมากๆ เลยค่ะ ลักษณะการสอนของเขาจะเป็นการเอาเคสจากแบรนด์ต่างๆ หรือจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เห็นในข่าวอะไรมาสอนเลย แล้วให้วิเคราะห์ไปพร้อมกับกลยุทธ์ที่เขาสอน ที่นี้มันก็จะเห็นภาพแล้วบวกกับว่า งานที่เขาให้ไม่ว่าจะงานเดี่ยวหรืองานกลุ่มมันค่อนข้างจะตรงความต้องการของเราด้วย มันไม่ได้ผิดจากที่เราตั้งความหวังไว้ด้วย

 



ยกตัวอย่างวิชาที่ชอบ ให้ฟังหน่อยค่า
วิชาที่ชอบ จริงๆชอบหลายวิชา แต่ถ้าเอาวิชาที่เป็นงานเดี่ยว เราจะชอบงาน Digital Marketing and Advertising อาจารย์เขาไม่ได้สอนอะไรเยอะนะคะ หมายถึงถ้าจะเอาในเรื่องทฤษฎี คือเขาไม่ได้ลงลึกอะไรมาก แต่เขามีสไลด์ มี Pattern การสอนให้เราศึกษาดูเอง เขาก็จะมีชี้แนะในจุดที่ควรรู้อะไรทำนองงนี้ค่ะ แต่ว่าอันที่เราชอบจริงๆอ่ะ คือในงานที่เขาให้มาทำ งานที่ว่าคือเหมือนกับเขาให้มาออกแบบ แล้วแก้ปัญหาแบรนด์ โดยให้เราเลือกแบรนด์ที่จะมีปัญหาจริงๆ เกี่ยวกับการทำ Online Marketing  แล้วให้ยกแบรนด์นั้นมา เหมือนจำลองว่าเราเป็นคนที่เข้าไปแก้ปัญหานี้เราจะ improve แบรนด์ยังไง ในการใช้ที่เรียนมา แล้วก็ทำออกมาเป็น report รวมถึงการออกแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Google ads หรือว่าเราจะใช้อะไรในการดันยอดขาย ก็ การเรียนการสอนคือมันค่อนข้างอัปเดต ต้องพูดอย่างงั้นเลย เพราะว่ามันไม่ใช่แนวการสอนแบบสมัยเก่าเลย
               อีกตัวหนึ่งจะเป็นวิชา Retail Marketing ซึ่งเหนือความคาดหมายมาก เพราะวิชานี้เราไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เนื่องจากแรกๆ สุดเราอยากจะมุ่งตรงไปทางเรื่อง แบรนด์ สินค้า อะไรแนวนี้มากกว่า แล้ววิชานี้เหมือนมันเรียนพ่วงมา จนกลายเป็นว่าเราชอบไปเลย เพราะว่าอาจารย์สอนดีมากๆ อย่างแรกคือประทับใจอาจารย์ก่อน เพราะว่าการสอนของเขา ซึ่งวิชานี้ไม่มีโปรเจคไม่มีอะไรเลย คือสอบแบบเพียวๆเลย กลายเป็นว่าเราดันชอบเพราะว่าเขาสอนแบบมันเป็นเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน โอเคคือเราอาจจะรู้ผ่านๆ ไม่ได้รู้แบบจริงๆจังๆ จนกระทั่งได้มาเรียน  วิชานี้มันจะเกี่ยวกับในร้านค้า เป็นพวกการค้าส่ง ค้าปลีกอะไรอย่างนี้  มีการทำการตลาดด้วยในเชิงลึก เช่นการจัดร้าน วาง Pattern ร้านยังไง Layout  การใช้ไฟใช้ดนตรีประกอบในร้าน คือมันมีผลต่อความรู้สึกของผู้ซื้อ ผู้บริโภค เหมือนการจัดวางร้าน การขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ เขาก็จะยกตัวอย่างแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ อย่างเช่น IKEA ว่าเขามีการจัดร้านแบบไหนอะไรอย่างนี้นะคะ สรุปก็คือเป็น Process กว่าจะมาเป็นร้านอะไรทำนองนั้น ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วแหละว่าการจัดร้านมันมีผลแต่ไม่ได้รู้ถึงขนาดนั้น
ตัวสุดท้ายก็จะเป็นวิชา MMA (Marketing Management Applications)  หลายคนจะไม่ค่อยชอบวิชานี้ แต่ว่าเราอ่าชอบ บวกกับอันนี้เป็นโปรเจคกลุ่ม คืออาจจะเพราะกลุ่มที่เราได้ค่อนข้างจะโอเคด้วย หรืออะไรก็ตามแต่ แต่ว่าอันนี้มันได้ติดต่อโดยตรงกับลูกค้า ได้ใช้ความรู้เนี้ยไปทำโปรเจคให้กับธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งจริงๆ อย่างอาจารย์เนี้ยเขาจะไป Deal กับลูกค้าที่ธุรกิจกำลังมีปัญหาหรือว่าได้มา Deal กับมหาลัย โดยทีว่าอยากให้เด็กไปทำโปรเจคให้ เกี่ยวกับโปรเจคการแก้ปัญหาอะไรสักอย่างที่เขากำลังประสบอยู่ แต่มันจะออกแนวเชิงๆจับฉลากนิดนึงนะคะ เพราะว่าอันนี้เหมือนอาจารย์เขาจะคละ อันนี้ขึ้นอยู่กับดวงว่าจะได้กลุ่มดีรึไม่ดีทำนองนี้ โดยเขาจะคละจากพื้นฐานนิสัยของเรา ตอนที่เหมือนตอนรับน้องช่วงแรกนะคะ ตอน orientation เขาจะมีให้ทำแบบทดสอบแล้วจะดูว่าเราเป็นคนยังไง ซึ่งข้อมูลตรงนั้นเขาใช้ตลอดเลยนะ ตั้งแต่ตอนทำการเรียนมา แล้วไอ้ข้อมูลตรงนั้นเขาจะเอามาใช้ตลอด แล้ววิชา MMA   เขาจะดูว่าแต่ละคนเป็นสีอะไร มันจะมีสีบอกนิสัย อย่างของเราเนี้ยได้สีแดงไปทางเหลือง แดงส้มอะไรงี้ เขาก็จะจัดว่า อ่ะในกลุ่มนี้จะต้องมีแดง มีเหลือง มีเขียว คละกันไป จะได้แบ่ง Skills กันในมุมมองของอาจารย์  ซึ่งวิชานี้เป็นวิชาแรกที่เรากลัวเพราะเราไม่รู้ว่าจะได้กลุ่มดีหรือไม่ดีเพราะว่าวิชาอื่นๆ เขาจะให้จับกลุ่มเองหรืออะไรก็ตามแต่อย่างนี้อ่ะค่ะ อย่างน้อยที่สุดเราก็จะได้เลือกคน แต่วิชานี้ไม่ได้เลือก ซึ่งกลายเป็นว่าทำแล้วสนุก ได้เพื่อนที่ไม่เคยได้ทำงานรวมกันมาก่อน มาทำร่วมกัน แล้วอาจารย์เขามีให้เลือกธุรกิจ ซึ่งมีอยู่ 8 ธุรกิจที่ Deal อยู่กับมหาลัย มีทั้ง ธุรกิจกาแฟ  ธุรกิจ publishing  และอื่นๆ คือมันมีหลากหลายมาก  แต่เราได้ธุรกิจที่เหมือนเขาเป็นนักเขียนแล้วเขาเป็นสำนักพิมพ์ของตัวเองด้วย เพื่อผลิตหนังสือ ที่เขาเขียนเอง แล้วก็มีลงบน  Amazon คือเขาก็อยากที่จะโปรโมทธุรกิจของเขา อยากทำให้ธุรกิจของเขาเป็นที่รู้จักในตลาดนักอ่านอะไรอย่างงี้ค่ะ
 


 
  • ได้ทำ project กับองค์กรบริษัทมั้ย
มีค่ะอย่างที่บอกข้างต้นไปว่าได้ทำ Case จริงๆ แล้วก็ได้ฝึก Present งานกับลูกค้าด้วย คือมันจะมีรอบการ Present ก็คือความคืบหน้าโปรเจค การ Present มันจะมี 2 ครั้ง ซึ่งครั้งแรกก็จะเป็นการบอกว่าเราจะทำอะไรบ้าง 1 2 3 4 จะแก้ปัญหาให้คุณยังไง ในครั้งที่ 2 ก็จะเป็นแบบว่าถ้าคุณทำแบบนี้ ก็จะได้ผลแบบนี้นี่นะ แล้สเราก็ได้ลองให้คุณไปทำดูด้วย ออกมาเป็นแผนเลยว่าในระยะแรกทำอย่างี้นะ อันนี้คือคู่แข่งของคุณ ก็คือเป็นแผนที่เป็น passion ได้เลยที่คุณสามารถทำได้จริง
 
การวัดผลมีทั้งสอบทั้งส่งงาน อันไหนเยอะกว่าหรือว่ายังไงคะเล่าให้ฟังหน่อย
ถ้าเป็นคอร์ส MSc Marketing ส่วนมากจะเป็นงานกลุ่ม  แต่สอบก็มีนะคะ มันขึ้นอยู่กับตอนที่เลือกวิชา minor ด้วย บางคนเขาก็เลี่ยงที่จะทำงานกลุ่มก็จะเลือกวิชาที่เป็นทางแบบสอบไป  แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วจะเลือกงานกลุ่ม ถ้ามีเพื่อนที่รู้จักการมาแล้ว เคยทำงานมาด้วยกันแล้ว ก็จะเริ่มรู้นิสัยใจคอกัน เข้าขากันได้ดี




 
เพื่อนๆในคลาสเป็นยังไง ส่วนใหญ่มาจากชาติไหนกันบ้าง คลาสใหญ่มั้ย
เราไม่แน่ใจว่ามันใหญ่มั้ย แต่ว่าในคลาสเนี้ยเอาตัว Major ไม่รวม Minor ก็ประมาณ 30 – 50 คน ดูเหมือนน้อยแต่ก็เยอะ เพราะตอนที่เข้าเรียนอ่ะมันก็ไม่ได้เข้าเรียนกันหมดตลอดทุกคาบ แต่พอดูลิสต์รายชื่อมันก็ประมาณนั้นค่ะ
 
มีวิชาที่เป็นคลาสเล็กๆ บ้างมั้ยค่ะ ประมาณ 10 คนก็ได้ค่ะ
มีนะคะ จะเป็นวิชาที่ไม่ค่อยมีคนเลือก อย่างที่บอกไปอ่ะค่ะว่าเป็นวิชาRetail Marketing ซึ่งมันเกินความคาดหมาย คิดเสียดายแทนเพื่อนที่ไม่ได้เลือกวิชานี้ด้วย
 




คอร์สนี้ถ้าไม่มีพื้นฐานทางด้าน Business มา หรือจบไม่ต้องสายมา สามารถเรียนได้มั้ย
เรียนได้ค่ะ มั่นใจมากเพราะว่ามันไม่ได้เป็นอะไรที่เข้าใจยาก แต่ต้องขยันอ่านหนังสือหน่อยสำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานมา ไม่ถึงการยากถ้าเทียบกับพวกตัวคำนวณ Finance ที่ไม่มีพื้นฐานเลย อันนี้เราต้องมาเริ่มใหม่เอง ซึ่งอันนี้มันสามารถเข้าใจได้ เพราะจะมีกรณีการยกเคสขึ้นมาหรืออะไรก็ตามแต่ มันจะทำให้เห็นภาพอ่ะค่ะ
 
คิดว่าคอร์สนี้เหมาะกับใคร ฝากอะไรถึงน้องๆหน่อย
เหมาะกับทุกคนที่สนใจในตัววิชา Marketing เลยค่ะ ไม่ว่าน้องที่สนใจจะเรียนวิชานี้ด้วย จริงๆแล้ว Marketing มันสนุกนะคะ สนุกด้วยตัวมันเองแล้ว เหมาะกับคนที่ชอบออกแบบ ชอบวางแผน อันนี้ตอบโจทย์ได้จริงๆ หรือคนที่มีธุรกิจที่บ้านอยู่แล้วสามารถเรียนตัวนี้แล้วเอาไปพัฒนาต่อยอดได้เลย อย่างในคลาสที่เรียนเราก็มีเพื่อนที่จบป.ตรีมาจากสาขาอื่นก็มาเลยด้วย แนะนำจริงๆสำหรับคนที่สนใจ
 
 
Dissertation
อาจารย์จะปล่อยอิสระ จะเดี่ยวหรือกลุ่มคือได้หมด แต่ว่าของเรา เราได้เพื่อนจาก MMA นั้นแหละที่บอกว่าคละกันมา เราทำโปรเจคกับเขามาตลอด ก็เลยตัดสินใจกันมารวมทีมกันใน dissertation ด้วย แล้วคือกลุ่มกับเดี่ยวต่างกันยังไง ก็คือเป็นกลุ่มจะให้ใช้ Words 15,000 แต่ถ้าเดี่ยวจะเป็น 13,000 ซึ่งในกลุ่มเขาก็ไม่ให้เกิน 4 คนแล้วก็ไม่ให้ต่ำกว่า 4 คนด้วย





 
สิ่งที่ประทับใจกับการไปเรียนที่ University of Stirling
  1. อาจารย์ Support นักเรียนดีมาก อ้างอิงจิตวิทยามาทำการสอนด้วย อย่างที่บอกไปตอนแรกคือเค้าจะให้ทุกคนทำแบบทดสอบบุคลิกภาพ และจะใช้ผลการทดสอบอันนี้เวลาที่มีการแบ่งกลุ่มทำงาน  คือทางอาจารย์เค้าคิดมาหมดแล้วค่ะว่าจะทำยังไงถึงทำให้นักเรียนบรรลุเป้าหมายได้อย่างดีที่สุด
  2. คอร์สเรียนนี้เหนือความคาดหมายจริงๆ ทำให้เรารู้ในสิ่งที่ไม่รู้จริง มันมีความน่าสนใจมาก  ถ้าใครสนใจเรียนต่อด้าน Marketing  คอร์สนี้ของที่ University of Stirling จะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนค่ะ ^^
  3. เมือง คือไปเมือง Stirling  ครั้งแรกเราก็ประทับใจด้วย เมืองสงบ ผู้คนยิ้มแย้มเป็นกันเอง ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ บรรยากาศดี บรรยากาศร่มย์รื่นและดีมากๆ แถมเดินทางไปเมืองใหญ่ๆ เช่น Glasgow หรือ Edinburgh ง่ายด้วยค่ะ  ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีเองค่า
 
 
 

สำหรับน้องๆที่สนใจเรียนต่อด้าน Marketing หรือสมัครเรียนที่ University of Stirling  สามารถลงทะเบียนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่างนี้เลยค่ะ"

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม


*แมคดูเคชั่น สถาบันส่งเสริมการศึกษาต่อสก็อตแลนด์
ก่อตั้งขึ้นโดยศิษย์เก่าสก็อตแลนด์ และเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยสก็อตแลนด์ทุกแห่ง ที่เดียวในประเทศไทย แมคดูเคชั่นมีทีมที่ปรึกษาที่เป็นศิษย์เก่าและอดีตเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยต่างๆในสก็อตแลนด์ ได้รับความสนับสนุนทางการเงินโดยตรงจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐ นักเรียนสามารถขอรับคำแนะนำจาก McDucation โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในทุกขั้นตอน