Alumni Review | International Finance | University of Dundee
Scottish Universities Alumni
Yanisara Srisuwan (Pias )
MFin International Finance
University of Dundee
"


'' รีวิวเรียนต่อ  MFin International Finance ที่ University of Dundee ''


แนะนำตัวคร่าว ๆ หน่อยค่า :)
  • เพี๊ยซ – จบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมเคมี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และเพิ่งจบปริญญาโท MFin International Finance จาก University of Dundee ตอนนี้อยู่ในช่วงกำลังหางานทำอยู่ค่ะ

เห็นว่าตอนแรกสมัครเป็นคอร์ส International Business ทำไมถึงเปลี่ยนเป็นคอร์ส International Finance ทีหลัง
  • จริง ๆ ความต้องการแรกคือ อยากจะเรียนด้าน Finance อยู่แล้ว แต่ด้วยที่เราไม่ได้จบ Finance โดยตรง ก็เลยไม่กล้าที่จะสมัครเป็น Finance เลย แต่พอไปที่นู่นแล้ว ทางคณบดีเขามีอธิบายในช่วงอาทิตย์แรกว่า เราสามารถที่จะเปลี่ยนตัวคอร์สเรียนได้ หรือภายในเวลาเรียนจะมีเปลี่ยนวิชาเรียนก็ได้ช่วงอาทิตย์แรก เลยสนใจตอนที่เขาอธิบายถึง International Finance ซึ่งเป็นสาขา Finance สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนจบด้าน Finance โดยตรง เพราะหนูจบวิศวะมาค่ะ

ตอนที่เรียนชอบวิชาเรียนไหนมากที่สุด แล้วด้วยความที่คอร์สนี้สามารถเลือก Pathway ได้ ตอนนั้นเลือกเป็น Pathway ไหน และเพราะอะไร
  • Financial Regulation and Ethics – เป็นวิชาที่สนุกค่ะ เพราะว่าอาจารย์เป็นคนที่สอนดี ค่อย ๆ อธิบาย ฟังแล้วเข้าใจได้เร็วกว่าวิชาอื่นค่ะ คิดว่ามันง่ายด้วยนะคะ ถึงแม้ว่าจะไม่เคยเรียนมาก่อน ส่วนมากวิชาพวกนี้จะเป็นของปริญญาตรีค่ะ เท่าที่รู้มาปริญญาตรีเขาก็จะเรียนพวกนี้ด้วย มันเลยกลายเป็นวิชาของปริญญาตรีผสมกับปริญญาโท เนื้อหาจะเยอะกว่า แต่ว่ามันก็ง่ายนะคะ
  • ส่วน Pathway เลือกได้ 3 แบบค่ะ จะมีเป็น International Finance, Investment Management และ Risk and Regulation ส่วนตัวก็เลือกเป็น International Finance ไปค่ะ เพราะไม่ได้มีตัววิชาที่เน้นขนาดนั้น โดย International Finance สามารถเลือกวิชาได้หมดเลย 8 ตัว ซึ่งมันกว้างกว่า อยากเรียนวิชาไหนก็เลือกได้เลย ไม่ได้บังคับ ซึ่งมันโอเคตรงนี้ค่ะ


เรียนวิศวะมามีส่วนช่วยในการเรียน
มั้ยคะ เช่น วิชาคำนวณบางตัวที่เราเคยเรียนมาตอนปริญญาตรี ช่วยในวิชา Finance ตัวไหนบ้าง
  • ก็ที่เรียนมีลงสถิติไป มันก็เป็นวิชาพื้นฐาน จบวิศวะก็ได้ใช้ตัวนี้ค่ะ มันเป็นเหมือนการต่อยอดมาอีกทีนึงก็ได้ใช้นะคะ  แต่ว่าด้วยความที่วิศวะเรียนคำนวณเยอะ Finance ก็คำนวณเหมือนกัน มันก็ยากคนละแบบ แต่ก็คือการคำนวณเหมือนกัน มันก็ถือว่าโอเค เราสามารถปรับตัวได้ในระดับหนึ่งค่ะ

รู้สึกว่ามันยากมั้ย ด้วยความที่เราเปลี่ยน Background จากวิศวะมาเป็น Finance
  • ตอนแรกที่บอกว่าสามารถเปลี่ยนวิชาที่ลงเรียนได้ในช่วงอาทิตย์แรกคือ เพี๊ยชไปลงวิชาเรียนทุกตัวเลย เหมือนแบบเขาบังคับให้ลงแค่ 4 ตัว แต่ว่าก็มีไปนั่งเรียนด้วย เพื่อดูว่าอาจารย์สอนแล้วเราเข้าใจมั้ย แบบเราชอบวิชานี้หรือวิชาอื่นมั้ย เลยไปลองเรียนวิชาชื่อว่า Derivatives and Risk Management มันเป็นการบริหารความเสี่ยงอะไรประมาณนี้  แล้ววิชานั้นคือเข้าใจยากพอสมควรค่ะ แบบตราสารอนุพันธ์มันเนื้อหา specific มาก ๆ คือพยายามตั้งใจเรียนมาก แบบเข้าห้องสมุดเพื่อไปนั่งอ่านต่อในอาทิตย์แรกเลย แต่ก็ตามไม่ทันจริง ๆ

แสดงว่า Dundee ค่อนข้าง open ในการลงทะเบียนเรียนแต่ละวิชาใช่มั้ยคะ
  • ใช่ค่ะ ด้วยคอร์สที่เรียน International Finance ตัวนี้ มันสามารถเลือกได้ 8 ตัว ก็คือแค่ของเพี๊ยชคนเดียว มันจะเลือกได้ 8 ตัว ทั้งเทอม 1 และเทอม 2 ก็เลยคิดว่าเราสามารถไปนั่ง Sit in เพื่อจะได้เช็กว่าเราเข้าใจวิชาไหนได้ดีกว่า และ   เราก็ค่อยเปลี่ยนในอาทิตย์ถัดไป ถ้าเป็นบาง major อย่างเช่น International Business หรือ International Finance ที่เป็น Pathway มันจะมีตัวบังคับอยู่แล้วในเทอม ในคอร์สนั้นว่าต้องเรียนทั้งหมด แบบ 3 ตัวนี้ที่บังคับ คือมันจะไม่เหมือนของเพี๊ยชอะค่ะ รู้สึกไม่ชอบที่ต้องบังคับเรียนตัวนี้เลย บางทีอาจจะไม่ได้ชอบก็ได้ เช่นพอไปนั่งเรียนแล้วไม่เข้าใจขนาดนั้นก็อยากจะออก แต่ก็ออกไม่ได้ ถ้าเป็นตัววิชาบังคับไปแล้ว

การเรียนการสอน รวมถึงการคิดคะแนนหรือสั่งงานเป็นยังไง
  • เทอมแรก 4 ตัว เทอมที่สอง 4 ตัว และ Project เทอม 3 ค่ะ วิชาที่เรียนส่วนมากเป็นทำงานเดี่ยวหมดเลยค่ะ งานกลุ่มมีแค่งานครั้งเดียวเท่านั้นในวิชาหนึ่ง ที่เหลือคืองานเดี่ยวหมดเลย มีเขียน essay หรือไม่ก็สอบเลย 100% เราต้องอ่าน module outline ตรงนั้น แล้วมาเทียบดูว่าเราไม่ได้อยากจะทำงานกลุ่ม แล้วเลือกที่จะทำงานเดี่ยวซะมากกว่า      แบบว่าทำด้วยตัวเองอาจจะดีกว่า


เพื่อน ๆ ใน
Class มีกี่คน ส่วนใหญ่มาจากไหนกันบ้างคะ ปรับตัวยากมั้ย
  • อันนี้ไม่ทราบจำนวนจริง ๆ เลยค่ะ ด้วยตอนแรกไม่ได้เลือกด้าน International Finance แล้วเหมือนเขาจับกลุ่มกันก่อนตั้งแต่แรก แต่น่าจะประมาณ 20 คนได้นะคะ ส่วนมากเลยใน class ก็คือเป็นคนจีนค่ะ นับคนต่างชาติได้ประมาณ 3 คน มันแล้วแต่ class ด้วยค่ะ ถ้าช่วงที่เรียนตอน September จำนวนคนต่างชาติไม่ค่อยแน่ใจค่ะ แต่ถ้าช่วงมกราคมที่เขาเข้ามารอบใหม่ก็จะเข้ามาเรียนด้วยกัน จะเจอทั้งปากีสถาน อิตาลี ฯลฯ เพราะไม่ได้เรียนแค่คอร์สเรา แต่ว่าบางสาขาวิชาก็เรียนรวมกันหมด ได้เจอกับเพื่อน major อื่นด้วย
  • พอดีว่ารู้จักพี่คนไทยจากพี่หมีค่ะ ตอนแรกไม่แน่ใจว่าจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้มั้ย แบบกังวลช่วงหนึ่ง พี่หมีก็เลยให้ Line พี่คนไทยมาค่ะ พี่เขาเรียน Finance and Accounting วิชาที่เรียนก็จะคล้าย ๆ กัน  บางตัวก็ลงเหมือนกันเลย ก็จะอยู่กับพี่เขาเยอะพอสมควร




สิ่งแวดล้อมบรรยากาศในการเรียน รวมถึงรอบ ๆ มหาวิทยาลัยเป็นยังไงบ้างคะ
  • ช่วงที่เรียนไม่มีใครเกเรนะคะ เท่าที่สังเกตแล้ว ทุกคนก็ตั้งใจเรียน พอเริ่มเรียน ถ้าไม่เข้าใจก็จะเริ่มถามเพื่อนก็ได้ อย่างเพี๊ยชถ้าวิชาเรียนนั้นมีพี่คนไทยก็จะถามตอนที่นั่งเรียนด้วยกันเลย แต่ถ้าเพี๊ยชไม่เข้าใจ เพี๊ยชก็เดินเข้าห้องสมุดเลยค่ะ อาจารย์แต่ละท่านเป็นยังไงบ้างคะ อาจารย์ Support ดีมั้ย ตั้งเกณฑ์คิดคะแนนหรือตัดเกรดโหดมั้ย
  • ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยค่ะ โดยภาพรวมแล้ว อาจารย์เหมือนเขากำหนดมาแต่แรกแล้ว assignment ไม่เคยไม่มีนะคะ             เป็น assignment แต่ละ week เลย เขาเหมือนไม่ได้บังคับเรา เราต้องบังคับตัวเราเองให้ทำ เป็นพวกแบบฝึกหัดของเราเอง เขาจะมีมาให้เป็นการบ้านแต่เราต้อง practice เองนะ เวลาสอนถ้าเราไม่เข้าใจสามารถยกมือถามได้เลย  แบบเราไม่ทัน ขอให้อาจารย์พูดช้าหน่อย เขาก็พูดช้าลง พูดชัดขึ้น หรือจะไปถามนอกรอบก็ได้ แบบเลิกคลาสแล้ว    ก็ไปถามอาจารย์ได้เลย อาจารย์เขาก็จะตอบ แต่ถ้าเป็นพวกงาน essay ก็จะมีบังคับอยู่ใน module outline อยู่แล้ว เราก็ต้องจัดเวลาของเราเองด้วย แต่ภาพรวมอาจารย์ใจดีค่ะ ได้เรียนทั้งอาจารย์ที่เป็นคนจีน คนกรีซ หรือคนแถบ ๆประเทศอินเดีย อาจารย์ที่เป็นคน British ก็มีทุกสำเนียงเลยค่ะ แอบฟังยากอยู่นะคะ แบบเข้าไปก็ไม่ได้รู้ว่าอาจารย์เป็นคนประเทศไหน ต้องปรับตัวและตั้งใจฟัง เวลาเรียนก็จะอัดเทปไว้ เอามาฟังอีกทีนึง เผื่อไม่เข้าใจก็ยังมาฟังเทปอีกได้

ได้ข่าวว่าได้ไป Internship ตอน Summer term ด้วย ช่วยรีวิวประสบการณ์ตอนที่ได้ไปทำ Project นี้ให้หน่อยค่ะ :D
  • ถ้าเทอมที่ต้องทำ dissertation เพี๊ยชจะทำเป็น project ค่ะ คือเพี๊ยชได้ไป internship ที่จีน อันนี้มันเป็นตัวเลือกของมหาวิทยาลัยอยู่แล้วด้วย เราอยากเลือกไป internship หรือเลือกทำ dissertation ที่มหาวิทยาลัยก็ได้ ก็เลยเลือก internship ลองดูว่าเราจะสามารถใช้ชีวิตอีกที่หนึ่งได้มั้ย ซึ่งสามารถเลือกเมืองได้ ก็จะมีเม็กซิโก จีน เวียดนาม แล้วก็แมนเชสเตอร์ จริง ๆ เพี๊ยชเลือกเป็นแมนเชสเตอร์กับเวียดนาม แต่ผลสุดท้ายได้ไปอยู่ประเทศจีนแทน
  • ขั้นตอนคือ - ตอนเทอมที่สอง เขาจะมีให้ไปนั่งฟังสัมมนา เป็นวิชาที่เราต้องไปนั่งฟัง ตอนแรกก็ไปนั่งฟังก็ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร อาจารย์ก็อธิบายทีละ step ว่าอาทิตย์นี้ต้องส่ง resume มาภายในวันที่เท่าไหร่ อาทิตย์ต่อไปก็ให้เขียนอธิบายว่าทำไมเราอยากไปทำงานที่นี่ ประมาณนี้ค่ะ ทางมหาวิทยาลัยก็จะประสานงานกับ Pagoda project เขาเป็นบริษัทที่ดูแลเวลาเด็กไปอยู่ต่างประเทศ เขาก็จะติดต่อกลับมาว่าเราจะได้ไปประเทศไหนผ่านทางอีเมล แล้วเราต้องสัมภาษณ์คุยกับทางบริษัทก่อน เขาจะเลือกให้เราว่าเราจะทำงานด้านไหน โดยให้เรา specify ว่าเราอยากทำงานด้านนี้ บริษัทประมาณนี้ และเขาจะไปหามาให้ และให้ทางบริษัทคุยสัมภาษณ์กับเราโดยตรงผ่านทาง video call อีกทีนึง มันก็ไม่ได้ยากมาก ด้วยความที่ internship project นี้ ปีก่อนหน้าที่เพี๊ยชจะไปเรียน เขารับแค่ไม่กี่คน มันประมาณแค่ 15 คน ส่วนมากก็คือจะเป็นคนยุโรปที่จะได้ไปก่อน แต่ในปีเพี๊ยชเปลี่ยนไป มีตัวเลือกเมืองเพิ่มขึ้น คนไปได้เยอะขึ้น ประมาณ 70 กว่าคน ซึ่งถ้ามีโอกาสไปก็สมัครไปดีกว่า
  • ประสบการณ์ที่จีน - ส่วนของเพี๊ยชคิดว่าการเลือก internship ในแต่ละประเทศ มันจะมีค่าใช้จ่ายต่างกัน ถ้าไปที่จีนคือ เขามีที่อยู่ให้ มีบัตรรถไฟฟ้า เพื่อให้เราสะดวกมากขึ้น แต่เราต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินเอง ค่ากินข้าวก็จ่ายเอง แต่ถ้าเลือกแมนเชสเตอร์ที่อยู่เราต้องหาเอง มันก็จะยากกว่าค่ะ ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละเมืองด้วยว่าเขา provide อะไรให้เรา งานที่ได้เป็นงานเกี่ยวกับหุ้น Future เป็นบริษัทที่รองรับกับ client ที่อยากจะมาเล่นหุ้นที่จีน ซึ่ง client เหล่านั้นก็คือต้องสมัครผ่านบริษัทพวกนี้ก่อน มีหลายสาขาที่จีนด้วยค่ะ พอเราไปถึงเขาก็ต้อนรับเราดี ที่บริษัทก็จะมีคนพูดภาษาอังกฤษได้อยู่ พอเห็นว่าเพี๊ยชมาไม่นานมาก เขาก็มีเลี้ยงข้าวกลางวันฟรีทุกวัน และอันนี้เป็นบริษัทคนจีนเลยค่ะ
  • ด้วยเนื้อหาที่เรียน อาจจะมีคำศัพท์ที่ specific เยอะ และเขาจะไม่รู้ว่าภาษาอังกฤษอันนี้คืออะไร ก็จะมีคนดูแลอีกคน เขาไม่ได้ทำงานบริษัทนี้ แต่เขาเป็นคนที่หางานให้ เขาก็สอนเพี๊ยชว่าอันนี้ภาษาจีนแบบนี้นะ อันนี้ภาษาอังกฤษนะ เขาช่วยอธิบายงานช่วง 2 อาทิตย์แรกว่าแบบทำอะไรบ้าง เพี๊ยชพอมีพื้นฐานภาษาจีนมาบ้าง การใช้ชีวิตที่จีนก็เลยไม่ได้มีปัญหามาก ช่วงที่เพี๊ยชไปก็มีเพื่อนต่างชาติไปด้วยเป็นคนอิตาลีกับคนกรีซ เขาพูดจีนไม่ได้เลย ไม่สามารถสื่อสารความต้องการของเขาได้เลย เพราะเขาไม่เข้าใจ เพี๊ยชก็มีช่วยตอนสั่งอาหาร ก็เลยสนิทกันมากขึ้นค่ะ
  • หลังจากที่ฝึกงานจบแล้ว - ให้ทำ Project เขากำหนด 5,000 - 8,000 คำ แต่ถ้าเป็นคอร์สอื่น เช่น Finance and Accounting ประมาณ 15,000 คำ เขียนจากเนื้อหาในการทำงานของเรา แบบมีปัญหาอะไรบ้างที่เราจะนำมาเขียนเป็น project ได้ เราก็ขอข้อมูลบริษัทมา เขาก็ให้ข้อมูลที่เป็น data base ของประเทศจีนอยู่แล้ว เขาก็ให้ข้อมูลมาครบ    มากค่ะ เขามีถามเราว่าอยากได้ข้อมูลอะไรอีกมั้ย เขาก็พยายามหาข้อมูลให้ เราก็เริ่มทำ project ตั้งแต่เริ่ม internship ต้องเขียน outline ก่อนว่าเราจะเขียนเนื้อหาอะไร อาจารย์เขาก็จะบอกว่าโอเคเราทำงานนี้ได้ หรือว่าจะต้องเปลี่ยน มันก็ขึ้นอยู่กับอาจารย์ที่ปรึกษาของเราด้วย



ได้
Connection จากการฝึกงานที่บริษัทที่จีนมั้ย
  • มีแชทของพี่ที่ทำงานค่ะ เป็นคนจีน หนูก็มีพยายามติดต่อเขาไปบ้าง และก็มีทาง Pagoda project ที่ดูแลเราอีกที เป็นคนเยอรมันค่ะ ดูแลเราตลอด ตอนเรามีปัญหาจริง ๆ เราสามารถคุยกับเขาได้เลย เขาให้ connection ไว้เผื่อมีงาน เพราะบริษัทที่จีนต้องการหาลูกค้าที่เป็นคนต่างชาติ ถ้าเราทำงานที่ไหนแล้วบริษัทนั้นต้องการเล่นหุ้นของประเทศจีนก็คือสามารถคุยผ่านเขาได้เลยนะคะ

ได้ปรับใช้วิชาที่เรียนมา 2 เทอมกับการทำงานนี้ได้ยังไงบ้างคะ
  • วิชาที่นำมาปรับใช้กับการทำงานได้บ้าง คือ Econometrics for Finance ใช้โปรแกรม EViews ในการคิดสถิติข้อมูล อาจารย์ก็โอเคนะคะ

มหาวิทยาลัยมีจัด Event หรือ Job Fair กับภาคธุรกิจหรือองค์กรบ้างไหมคะ
  • ทางมหาวิทยาลัยมีจัดกิจกรรม Event นอกรอบ แบบถ้าเราสนใจสามารถไปนั่งฟังได้ ส่วน Job Fair ก็มีมานะคะ แต่เพี๊ยชไม่ได้ไป

ความรู้และประสบการณ์ที่ได้มาตลอด 1 ปี คิดว่ามีประโยชน์และน่าจะได้ใช้กับการทำงานในอนาคตยังไงบ้างคะ
  • คิดไว้ว่าจะทำงานด้าน Finance แต่ยังไม่ได้ specific เฉพาะด้าน แต่วิชาที่เรียนมาก็นำไปปรับใช้ได้กับทุกการทำงาน ที่เพี๊ยชเลือกเรียนเป็นพื้นฐาน Finance ด้วย นำไปปรับใช้ได้หลายแนว เช่น นำไปใช้เล่นหุ้นได้ ถ้าเรียน Derivatives and Risk Management ตอนที่เพี๊ยชไป internship ก็สามารถเล่นหุ้นได้นะคะ แต่อาจจะต้องศึกษาเพิ่มเติม



เล่าถึงความเป็นอยู่รวมถึง
Lifestyle ตอนที่อยู่ที่ Dundee ให้หน่อยค่ะ
  • หอพัก - ตอนนั้นอยู่หอชื่อ The Hub ค่ะ น่าจะเป็นหอนอก แต่ว่าช่วงนั้นเหมือนเพี๊ยชสมัครไปช้าแล้ว ทางมหาวิทยาลัยหอเต็ม แล้วต้องรอเขา ทางมหาวิทยาลัยเป็นคนทำเรื่องให้เราไปอยู่ที่หอ The Hub ค่ะ ที่เจอเพื่อนคนจีนก็เพราะว่าทางมหาวิทยาลัยจัดให้ค่ะ ไม่ลำบากเลยค่ะ เพราะหอใกล้มาก แบบเดิน 5 นาทีก็ถึงมหาวิทยาลัยเลย ข้าง ๆ หอจะมีร้าน Tesco เล็กอยู่ข้าง ๆ และก็ Lido ที่เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตอีกอันหนึ่ง ซึ่งไม่ได้ไกลเลย อยู่ในโซนที่หออยู่ ก็สะดวกมาก ๆเลยค่ะ แล้วเพื่อนที่อยู่ในหอก็นิสัยน่ารักนะคะ แบบนิสัยดี ทำกับข้าวให้กิน
  • ด้วยความที่เป็นหอพักไม่ได้อยู่คนเดียว อยู่กับเมทอีก 3 คน เป็นคนจีนหมดเลย คนจีนเขาจะมีเครือข่ายของเขา ก็มีแชทของเขาแบบใครมาเรียนที่นี่บ้าง มีเป็นกลุ่มเลย เขาจะพาหนูไปรู้จักกับคนนั้น คนนี้อีกทีค่ะ รู้จักต่อจากเขาอีกที เหมือนช่วงแรก ๆ จะอยู่กับพี่คนไทยเยอะ เพราะว่า lifestyle การใช้ชีวิต หรืออาหารคล้ายกัน แต่เมทก็มีทำอาหารมาให้นะคะ แต่ไม่ได้รู้สึกว่าชอบจนแบบจะกินได้ หรือเขาจะกินของเพี๊ยชได้ เขาจะกินได้ไม่เยอะ แล้วอยู่ ๆ ไปสักพัก กลายเป็นว่าก็ยังติดต่อกับเพื่อนคนจีนคนนี้อยู่จนถึงปัจจุบัน แล้วก็มีเพื่อนคนไทยมาตอนช่วงเดือนมกราคม เราเลยได้รู้จักเพื่อนของเขาด้วย คนไทยใน Dundee มีจับกลุ่มด้วยนะคะ แบบว่านัดกินข้าวบ้าง ประมาณ 10 กว่าคนได้นะคะ ก็ไม่ได้เยอะมาก มีรู้จักพี่คนไทยที่เรียนวิทยาศาสตร์ และก็กฎหมาย ประมาณนี้ค่ะ


ความประทับใจเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย
Dundee
  • ห้องสมุด - ด้วยที่ว่าห้องสมุดเขาเปิดถึงตี 2 อาหารก็สามารถนำเข้าไปกินได้ แต่ต้องเป็นอาหารไม่มีกลิ่น อะไรแบบนี้ และมี Printer กับ Scanner ไว้ใช้ถ่ายเอกสารได้ แต่เราต้องเติมเงินเข้าบัตรนักศึกษา จ่ายเป็นเงินเรา ราคาก็ไม่ได้แพงมากค่ะ และก็ชอบคอมพิวเตอร์ของเขา มันเป็นจอ Touchscreen ทุกโซนเลย ฮ่า ๆ แล้วก็จะมีแบ่งเป็น Group zone อันนี้จะเสียงดังได้ ถ้าอยากอยู่ที่เงียบ ๆ ก็จะมีเป็น Quiet zone เขาแบ่งเป็นสัดส่วนดีค่ะ และก็มีห้องของเด็กปริญญาโท ซึ่งมีซิงค์ล้างจานด้วย บางคนก็มากินอาหารในนั้นได้เลย อีกอย่างคือการยืม-คืนหนังสือ อันนี้จะสะดวกมาก แบบว่าแค่วางหนังสือแล้วเครื่องมันก็จะทำงานอัตโนมัติว่าเราจะยืมหรือเราจะคืน
  • ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ดีมากค่ะ ก็มีทักทาย มีแบ่งเป็นโซนยืมหนังสือกับโซนเทคโนโลยี เวลาคอมของเรามีปัญหา ก็นำไปซ่อมกับเขาได้ค่ะ ด้านโปรแกรม Microsoft office มหาวิทยาลัยจะซื้อให้เราด้วย และเราก็สามารถใช้ Username ตามของมหาวิทยาลัยได้เลยค่ะ
  • ส่วนเรื่องอื่น ๆ คือปกติเป็นคนไม่ชอบออกกำลังกายนะคะ แต่ Dundee มีโรงยิม เลยลองสมัครดู มันจะมีเป็นคลาสเต้น Zumba หรือพวกคลาสโยคะ ชอบมากเลยค่ะ ส่วนมากพี่คนไทยที่นี่จะนัดเป็นกลุ่มไปตีแบดมินตัน เตะฟุตบอล หรือเล่นบาสก็ได้ ในพื้นที่เดียวกัน อันนี้มีค่าใช้จ่ายนะคะ อยู่ที่เราว่าจะสมัครเป็นเดือนหรือเป็นปี น่าจะประมาณ £18 นะคะ ถ้าสมัครทั้งคลาสออกกำลังกาย แบบ exercise ที่เครื่อง หรือถ้าจะใช้คอร์ตสนามกีฬา ถือว่าใช้ได้เยอะนะคะ ถ้าเราใช้บริการทุกวัน มันจะมี Application ที่ต้องใช้สมัครเพื่อเข้าคลาสในแต่ละวันด้วยค่ะ ก็ต้องแย่งกันกดสมัครด้วยเพราะบางทีคลาสที่เราอยากลงอาจจะเต็มเร็ว วันหนึ่งก็สมัคร 2 คลาสก็เหนื่อยมากนะคะ แต่ก็อยากจะใช้ให้คุ้มค่ะ คือ Application จะใช้ดูตารางเรียนก็ได้ จองคลาสออกกำลังกายได้ด้วย
  • ส่วนคน local แรก ๆ อาจจะปรับตัวยาก เพราะเราฟังสำเนียงเขาไม่ค่อยออก แบบพนักงานในร้านถามว่าที่เราอยู่โอเคมั้ย แรก ๆ ก็ฟังไม่ออกว่าเขาพูดอะไร ยืนอึ้งอยู่เลยค่ะ หรือเวลาสั่งอาหาร เราก็จะเป็นคนพูดมากกว่า เขาไม่ค่อยพูดก็เลยพอฟังได้ แต่อยู่ไปสักพักก็ชินนะคะ เป็นแค่ช่วงเดือนแรกเองที่ฟังไม่ค่อยออกก็จะถามพี่คนไทยว่าเวลาเราไปที่นี่ แล้วเขาพูดแบบนี้คืออะไร พยายามเลียนแบบท่าทางว่าถ้าท่าทางแบบนี้เขาจะพูดถึงอะไร ปรับตัวได้เร็วเพราะมีพี่คนไทย ก็รู้สึกว่าอุ่นใจขึ้นค่ะ หรืออย่างเวลาเราซื้อของ เขาถือของเยอะมาก ๆ แต่เราถือของแค่ 2 - 3 ชิ้น เขาจะให้เราไปจ่ายเงินก่อน เพราะของเขาเยอะ ไม่ใช่ว่าขี้เกรงใจหรืออะไรนะ แต่เจอแบบนี้ตลอดเลย เลยประทับใจค่ะ มีเหตุการณ์หนึ่งที่เพื่อนทำโทรศัพท์หายที่หอ แล้วเหมือนโดนขโมยไปแล้วไปอยู่อีกที่หนึ่ง เขาก็พยายามติดต่อกลับเข้ามา โทรมาทุกวัน โทรถี่มาก เขาโทรหาเครื่องเพี๊ยช เพราะเพื่อนใส่เบอร์เพี๊ยชไว้เป็นเบอร์ติดต่อ เขาติดต่อมาทุกวัน แล้วเพี๊ยชกลัวเบอร์แปลก ไม่ค่อยกล้ารับ เขาก็พยายามจะคืนจะช่วยมากกว่า เพราะเขาไม่ใช่เจ้าของและเขาก็ไม่อยากจะขโมย แต่เขาแค่เจอและก็อยากจะเอามาคืน
  • Support จากมหาวิทยาลัย - ตอนที่มีปัญหาเรื่อง internship ที่จีน อาจารย์ที่คณะของ Dundee ก็ช่วยเหลือเต็มที่ค่ะ แบบอีเมลไปขอคำปรึกษาก็ตอบอีเมลกลับมาทันที บางครั้งอาจจะปัญหาด้านการติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยนิดนึง แบบว่าเราต้องติดต่อให้ถูกแผนก เพราะเรื่องที่เราติดต่อไปอาจจะได้รับ feedback ล่าช้าได้ แต่ก็ช่วยเหลือดีค่ะ
  • เมือง - การเดินทางสะดวกนะคะ มหาวิทยาลัยกับ City Center ใกล้กันค่ะ เดินจากหอไปนิดเดียวก็ถึงมหาวิทยาลัยเลย เพี๊ยชเดินทุกวันเลยค่ะ มีใช้รถบัสตอนไปดูหนังหรือตอนไปนอกเมือง ด้วยที่ Dundee อยู่ทางตอนเหนือ อากาศก็มีฝนตกเยอะพอสมควร แบบฝนตกปรอย ๆ นะคะ


คิดว่าคอร์สนี้เหมาะกับใครบ้าง ฝากอะไรถึงน้อง ๆ ที่สนใจจะเรียนคอร์สนี้หน่อยค่ะ
  • คอร์สนี้เหมาะกับทุกคนที่อยากเรียนด้าน Finance ทุกคนไม่ต้องเรียนจบด้าน Finance ก็สามารถเรียนได้ และตัววิชาไม่ได้ยากเกินไป ถ้าเราตั้งใจเรียนอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเราไม่เข้าใจจริง ๆ ก็สามารถถามอาจารย์ได้ อาจารย์เขาจะ support เราเต็มที่เหมือนกัน อย่างเช่นช่วงทำ essay จะมีกำหนดคำมา อาจารย์บางคนจะให้เราส่งงานไปให้เขาเช็กได้ด้วย
  • ถ้าบางคนที่กลัวเรียนไม่ไหว เรียนไม่ได้ หรือต้องการที่จะอ่านมาก่อน มันอาจจะยากในระดับหนึ่ง เพราะอาจจะไม่รู้ว่าเนื้อหาที่จะเรียนคืออะไร จริง ๆ ก็ต้องพยายามนะคะ แต่มันไม่ได้ยากขนาดนั้น
  • Dundee เป็นเมืองที่น่าอยู่ ผู้คนนิสัยดี เราสามารถปรับตัวได้ง่าย เดินทางสะดวก เดินไปเรียนก็ได้ ค่ากินอยู่ไม่ได้แพง ค่าครองชีพก็ถูก อันดับ ranking ของมหาวิทยาลัยก็ดีนะคะ ส่วน Wifi ในมหาวิทยาลัยเร็วมากเลยค่ะ เห็นว่าได้อันดับ Wifi ดีของ UK ด้วย
สำหรับน้องๆที่สนใจเรียนต่อด้าน International Finance หรือสมัครเรียนที่ University of Dundee สามารถลงทะเบียนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่างนี้เลยค่ะ"

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม


*แมคดูเคชั่น สถาบันส่งเสริมการศึกษาต่อสก็อตแลนด์
ก่อตั้งขึ้นโดยศิษย์เก่าสก็อตแลนด์ และเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยสก็อตแลนด์ทุกแห่ง ที่เดียวในประเทศไทย แมคดูเคชั่นมีทีมที่ปรึกษาที่เป็นศิษย์เก่าและอดีตเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยต่างๆในสก็อตแลนด์ ได้รับความสนับสนุนทางการเงินโดยตรงจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐ นักเรียนสามารถขอรับคำแนะนำจาก McDucation โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในทุกขั้นตอน