Alumni Review | TESOL | University of Aberdeen
Scottish Universities Alumni
Rawisuda Bunkrong (Ing)
MSc TESOL
University of Aberdeen
"

" รีวิวเรียนต่อ  MSc TESOL ที่ University of Aberdeen  "

แนะนำตัวหน่อยค่ะ 
“Rawisuda Bunkrong (Ing อิง) จบ MSc TESOL จาก University of Aberdeen ปริญญาตรีจบคณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะคุรุศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ”
 

ตอนที่ไปเรียน ทำไมถึงเลือกคอร์สนี้และมหาวิทยาลัยนี้นะคะ
- ที่ตัดสินใจเลือก Aberdeen เพราะพอหาข้อมูลดูแล้ว รู้สึกว่าเป็นเมืองที่มีความปลอดภัย ค่อนข้างเงียบสงบค่ะ แล้วอันดับของมหาวิทยาลัยก็ดีค่ะ เลยเลือกเรียนที่นี่
 
ถ้าให้เลือกวิชาที่เรียนแล้วชอบที่สุด มีวิชาอะไรบ้างคะ ยกตัวอย่างซักสองสามวิชาได้ไหมคะ แล้วก็ที่ชอบเพราะว่าอะไร
  1. วิชา Peer Teaching ค่ะ เพราะว่าชอบวิชาเชิงปฏิบัติค่ะ เป็นวิชาที่ให้เราออกแบบการสอนและได้สอนจริง ๆ กับเพื่อนในชั้นค่ะ คือให้เราสอนตามระดับของผู้เรียน มีตั้งแต่ระดับอนุบาลและระดับกลางขึ้นไป จนถึง upper intermediate ค่ะ ได้ฝึกการสอนจริง ๆ โดยนำทฤษฎีที่เราเรียนมาประยุกต์ใช้ และได้ใช้ techniques การสอนต่าง ๆ ค่ะ
  2. วิชา English Language for Academic Purposes ค่ะ เป็นการสอนภาษาอังกฤษในเชิงวิชาการ ได้ไปสังเกตการสอนที่สถาบันภาษา (Language Centre) เราจะได้ไปนั่งสังเกตการสอนของคอร์ส Pre-sessional English ค่ะ จากนั้นเราก็จะได้ design บทเรียนของเราเอง แล้วถึงได้ไปสอนจริง ๆ สอนนักศึกษาต่างชาติที่มาเรียนปรับพื้นฐานในช่วง summer ค่ะ นักศึกษาส่วนใหญ่ก็จะมาจากจีนกับอาหรับค่ะ
  3. วิชา TESOL Methodology ค่ะ จะ focus ไปที่หลักการสอนภาษาค่ะ เป็นวิชาทฤษฎี จะมีวิธีการสอนต่าง ๆ ว่ามีกี่แบบแล้วเราก็ได้ทดลองสอนเพื่อนด้วย เริ่มที่อาจารย์สอนทฤษฎี แล้วจับกลุ่มหรือจับคู่เพื่อสอนเพื่อนในห้องค่ะ ได้ design บทเรียนตามทฤษฎีที่เราเรียนมาด้วยค่ะ
 


หลักสูตรนี้มีฝึกสอนด้วยไหมคะ แล้วได้ค่าตอบแทนไหมคะ

- แล้วแต่เราจะเลือกเลยค่ะ อย่างวิชา English Language for Academic Purposes นี่เป็นวิชาเลือก ถ้าเราลงเรียนวิชานี้เราถึงจะได้ฝึกสอน อีกอันนึงคือ TESOL Focussed Teaching Portfolio คือสำหรับ MSc TESOL ที่ University of Aberdeen เนี่ยจะแบ่ง final project เป็นสองอย่าง คือ dissertation กับ teaching portfolio ถ้าเลือก teaching portfolio คุณก็จะได้ไปสอนจริง ๆ ค่ะ ตาม language café เพื่อพัฒนาทักษะให้กับเด็กที่อพยพมา คือจะสอนทั้งเทอมค่ะ คือนานกว่าแล้วก็ได้เขียน portfolio ส่งค่ะ ส่วน Dissertation จะเขียน 15,000 คำ เลือกหัวข้อตามที่เราสนใจเลยค่ะ อิงเลือกเป็น dissertation ค่ะ เพราะ focus ไปที่ research เราคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ตอนที่กลับมาสมัครงานที่ไทยค่ะ เพราะว่าเขาจะเน้นที่ทำวิจัยเลยเลือกทำ dissertation ค่ะ อย่างเพื่อนที่ลงทำ teaching portfolio ก็ไม่ได้ค่าตอบแทนนะคะ เพราะว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนหลักสูตรนี้ค่ะ

เพื่อน ๆ ใน class มีประสบการณ์การสอนมาก่อนไหมคะ หรือมีแยก class ระหว่างคนมีกับไม่มีประสบการณ์ไหม
- บางส่วนเคยมีประสบการณ์สอนมาก่อน อย่างเช่นเป็นติวเตอร์ในสถาบันภาษาหรือไม่ก็เป็นครูสอนภาษาอังกฤษโรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนประถมค่ะ แต่ว่าส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้มีประสบการณ์สอนค่ะ บางคนเรียนจบแล้วก็เรียนต่อเลย บางคนก็ทำงานแล้วค่อยมาเรียนต่อค่ะ หรือมีบางคนที่เปลี่ยนสายค่ะ จบนิติศาสตร์มาแล้วมาต่อการสอนภาษาอังกฤษก็มีค่ะ ค่อนข้างหลากหลายค่ะ ตัวอิงเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์สอนมาก่อน ช่วงที่เรียนปริญญาตรีก็เคยเป็นติวเตอร์บ้าง สอน part-time ค่ะ แต่ไม่เคยสอนจริง ๆ ในโรงเรียนหรือมีการจ้างงานประจำค่ะ


 
คอร์สนี้เป็นยังไงบ้างคะ แล้วถ้าไม่ได้จบทางด้าน Education หรือภาษาอังกฤษมาจะเรียนยากไหมคะ
- ก็ต้องปรับตัวนะคะ การที่เราจบภาษาอังกฤษโดยตรงมาหรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับภาษาอังกฤษมันจะทำให้เราได้เปรียบ ในเรื่องของ technical terms หรือทฤษฎีต่าง ๆ ค่ะ เพราะว่าเราเคยเรียนมาแล้ว เคยผ่านตามาแล้ว มันก็จะเป็นการต่อยอด ไม่จำเป็นต้องกลับไปทบทวนมาก แต่ถ้าเราไม่ได้จบมาจากตรงนี้ก็ต้องอ่านเยอะเหมือนกัน แต่อาจารย์ก็ค่อนข้างที่จะใส่ใจในการทำให้ทุกคนเข้าใจทันกันค่ะ

Dissertation ยากไหมคะ ต้องเขียนกี่ Word ทำเป็นกลุ่มหรือเดี่ยวคะ และมีโอกาสได้ทำ project กับบริษัทไหม
- อย่าง dissertation จะเป็นงานเดี่ยวค่ะ เขียน 15,000 คำ ความยากมันจะอยู่ที่การเลือกหัวข้อค่ะ เราต้องคิดไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เลยค่ะ เพราะเราต้องให้เหตุผลว่าทำไมถึงเลือกแล้วจะนำไปต่อยอดยังไง ความยากจะอยู่ตรงจุดนี้แหละ แต่ว่าเราจะต้องระวังจุดนึง คือเขาให้อยู่ใน UK เท่านั้นค่ะ ถ้าจะกลับไปเก็บข้อมูลที่ไทยก็ต้องทำหนังสือขออนุญาตแล้วต้องส่งไปที่ Home Office เพื่อให้ Home Office อนุญาตก่อนถึงจะกลับไทยได้ค่ะ คือช่วงทำ dissertation ทุกคนต้องอยู่ใน campus ค่ะ ส่วนตัวเนื้อหาก็ค่อนข้างเปิดกว้างค่ะ ตามที่เราสนใจเลย อาจารย์ที่ปรึกษาก็จะช่วยแนะนำว่าเราตกหล่นตรงจุดไหนบ้าง ก็ช่วยได้มากเลย ตัว MSc TESOL นี่ก็ไม่ได้มีทำ MOU กับบริษัทอะไรนะคะ เพราะจะเน้นที่การเรียนการสอนค่ะ

เพื่อน ๆ ใน Class ส่วนใหญ่มาจากไหนกันคะ
- หลัก ๆ จะมาจากประเทศจีนค่ะ แล้วก็เป็น Native Speakers ค่ะ มีคน Scottish ด้วย ก็จะมาจากสองประเทศนี้ค่ะ ในรุ่นอิง ปี 2018 มีแค่อิงที่เป็นคนไทยคนเดียวในรุ่นค่ะ ปีอิงไม่มีประเทศอื่นเลยค่ะ



สิ่งแวดล้อมบรรยากาศในการเรียนเป็นยังไงบ้างนะคะ สนิทกับเพื่อน ๆ ไหม
- สิ่งแวดล้อมก็โอเคค่ะ มหาวิทยาลัยก็มีระบบการเรียนการสอนที่ทันสมัย ทุกอย่างมี web board online ให้ทุกคนได้ share ความคิดเห็นหลังจากที่เราสาธิตการสอนไปแล้วค่ะ ว่าตรงนี้ดียังไงหรือมีตรงไหนที่ควรปรับปรุง แล้วก็มี online learning ค่ะอาจารย์ก็จะอัด video การสอนไว้ด้วย เราก็สามารถกลับไปดูไปทบทวนได้ แล้วก็ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยถือว่าเป็นจุดเด่นเลยค่ะ High-tech ค่ะ อย่างพวกสื่อการสอน เราสามารถ access เอกสาร online journal โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินค่ะ แล้วมันเป็นประโยชน์มากในการเขียน essay หรือทำ dissertation ค่ะ กับเพื่อน ๆ ก็เข้ากันได้ดีนะคะ ความขัดแย้งนี่ไม่มีเลยค่ะ เวลามีอะไรก็มา share กันค่ะ ทุกคนก็พยายามที่จะปรับตัวเข้าหากันค่ะ
 
อาจารย์แต่ละท่านเป็นยังไงบ้างคะ ตัดเกรดโหดไหม อาจารย์ Support หรือเข้าหาง่ายไหมคะ
- อาจารย์ช่วยเหลือเต็มที่ค่ะ ทุ่มเทให้การเตรียมการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ทุกท่านค่ะ ถ้าเราไม่เข้าใจอะไรเราสามารถติดต่อแล้วเข้าพบได้ค่ะ ตามตารางที่เรา email ไปนัด online แล้วจะได้ email confirm มาค่ะ อาจารย์ค่อนข้างยืดหยุ่นแล้วก็เข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรมค่ะ อย่างเวลาสอนทฤษฎี อาจารย์จะอธิบายอย่างใจเย็นแล้วก็คอย check ว่าทุกคนเข้าใจตรงกันค่ะ อาจารย์ก็มีหลากหลายค่ะ บางท่านเป็น Native บางท่านก็มาจาก อเมริกา อังกฤษ สก็อตแลนด์ แล้วก็มีมาจากไอร์แลนด์ด้วยค่ะ แต่ทุกท่านก็ support ดีค่ะ ถ้าวิชาที่ตัดเกรดโหดจะเป็นวิชาที่เกี่ยวกับการสอน การปฏิบัติค่ะ เกรดจะเป็น by marking มันจะ challenge ตรงที่เราเรียนกับ native ค่ะ เราก็จะต้อง active ตัวเอง พยายามทักษะภาษาเราค่ะ เพราะ classmate เราเป็น native ซึ่งเขาไม่มีอะไรที่ต้องกังวลค่ะ ถ้าโหดสุดจะเป็นวิชาที่เกี่ยวกับ Dissertation นี่แหละค่ะ ในการยื่น proposal จะต้องวางแผนดี ๆ ค่ะ วิชาวิจัยจะตัดเกรดโหดค่ะ จะมีการ double check กับอีกมหาวิทยาลัยนึงด้วยค่ะ ให้ตรวจดูคุณภาพของเขา อย่างของ Aberdeen จะสลับกันตรวจกับ Glasgow ค่ะ เพื่อความเป็นมาตรฐานทางวิชาการค่ะ



ความรู้และประสบการณ์อะไรบ้างที่ได้มาจากการไปเรียน ที่คิดว่ามีประโยชน์ละได้ใช้กับการทำงานมากที่สุด
- เป็นเรื่องของ technique การสอน การกระตุ้นความสนใจ การจัดการชั้นเรียน ซึ่งส่วนนี้มันค่อนข้างแตกต่าง เพราะว่าการเรียนการสอนของต่างประเทศเขาจะเน้นการ discussion และ collaborative learning เป็นการบูรณาการหลายอย่างเข้าด้วยกันค่ะ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็น อภิปราย พัฒนาการเรียนการสอนร่วมกันค่ะ แล้วก็ค่อนข้าง active ค่ะ การเรียนจะเป็น seminar ค่ะ ทุกคนต้องอ่าน ทำความเข้าใจพวก journals หรือ articles แล้วมา share มา discuss กันค่ะ ก็ค่อนข้างที่จะแปลกใหม่ ถ้าเทียบกับการเรียนการสอนที่เคยเรียนที่ไทยค่ะ แล้วก็เป็นการพัฒนาทักษะการสอนภาษาอังกฤษ พอเราได้ไปสอนจริง ๆ ใน international learning environment คือสอนนักศึกษาต่างชาติ มันก็เป็น challenge อีกอย่างนึงค่ะ ช่วยยกระดับทักษะภาษาอังกฤษด้วย แล้วก็ technique การสอนต่าง ๆ ด้วยค่ะ
 
ความประทับใจอะไรเกี่ยวกับการไปเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้บ้างคะ ขอ 3 ข้อ ^^
  1. สำหรับเมืองก็คือความปลอดภัยและสะดวกค่ะ ส่วนผู้คน friendly มากค่ะ เห็นคนแปลกหน้าก็มียิ้มให้ มีเข้ามาคุยด้วย เป็นมิตร พร้อมช่วยเหลือเราค่ะ ตรงจุดนี้ทำให้รู้สึกว่าเหมือนอยู่บ้านค่ะ ไม่ได้ต่างจากไทยมากค่ะ ตรงนี้คือประทับใจมากค่ะ
  2. ส่วนมหาวิทยาลัยนี่อิงชอบห้องสมุดค่ะ มันทันสมัยมากและเอื้อต่อการเรียนรู้ค่ะ แล้วก็ใหญ่มาก น่าจะอยู่อันดับต้น ๆ ของ UK นะคะ ถ้าเรื่องความสวยงามด้วย
  3. อาจารย์ค่ะ โชคดีมากที่เจออาจารย์เข้าใจเด็ก เข้าใจความแตกต่างในเชิงวัฒนธรรมค่ะ อาจารย์ไม่เคยตำหนิเลยค่ะ แต่ช่วยชี้แจ้งแนะนำแทนค่ะ ค่อนข้าง open-minded เลย แล้วก็คอยติดตามช่วยเหลือเป็นอย่างดีค่ะ เปิดโอกาสให้เราสอบถามในเรื่องที่เราไม่เข้าใจได้ทุกวิชาค่ะ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นวิชาที่เขาสอนค่ะ ให้ความรู้สึกเป็นกันเองค่ะ
 


คิดว่าคอร์สนี้เหมาะกับใครคะ อยากให้ฝากถึงน้อง ๆ หน่อย :)
- คอร์สนี้เหมาะกับผู้ที่สนใจในด้านการสอนภาษาอังกฤษค่ะ และต้องการพัฒนาทักษะการสอนภาษาอังกฤษในระดับนานาชาติค่ะ TESOL ก็เป็นหลักสูตรที่แนะนำนะคะ เพราะเป็นหลักสูตรที่เรานำไปใช้ได้จริง ทำให้เราได้พัฒนาศักยภาพทั้งด้านการสอน การใช้ภาษา คือนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ๆ หลักสูตรค่อนข้างเปิดกว้างให้กับผู้ที่มีประสบการณ์และผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ค่ะ
 

สำหรับน้องๆที่สนใจเรียนต่อด้าน TESOL หรือสมัครเรียนที่ University of Aberdeen สามารถลงทะเบียนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่างนี้เลยค่ะ"

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม


*แมคดูเคชั่น สถาบันส่งเสริมการศึกษาต่อสก็อตแลนด์
ก่อตั้งขึ้นโดยศิษย์เก่าสก็อตแลนด์ และเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยสก็อตแลนด์ทุกแห่ง ที่เดียวในประเทศไทย แมคดูเคชั่นมีทีมที่ปรึกษาที่เป็นศิษย์เก่าและอดีตเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยต่างๆในสก็อตแลนด์ ได้รับความสนับสนุนทางการเงินโดยตรงจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐ นักเรียนสามารถขอรับคำแนะนำจาก McDucation โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในทุกขั้นตอน