Alumni Review | International Accounting and Finance | University of Strathclyde
Scottish Universities Alumni
Jittakorn Bureekham (Bank)
MSc International Accounting and Finance
University of Strathclyde
"

'' รีวิวเรียนต่อ
MSc International Accounting and Finance ที่ University of Strathclyde ''

แนะนำตัวคร่าว ๆ หน่อยค่า :D
  • แบงค์ – จบปริญญาตรีสาขา Accounting จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปริญญาโท MSc International Accounting and Finance จาก University of Strathclyde ตอนนี้เป็นนักบัญชีอยู่ที่ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ./PTTEP) จริง ๆ ก่อนที่จะไปเรียนต่อ ผมก็ทำที่นี่อยู่แล้ว ตอนใกล้เรียนจบก็ได้พูดคุยกับบริษัท แล้วเขาอยากให้กลับไปช่วยที่บริษัท และพอดีกับที่ผมอยากกลับไปทำงานที่ไทย เพราะก่อนหน้านี้ผมไปทำงานอยู่ที่พม่า และแคนาดา ไม่ค่อยได้อยู่เมืองไทยนานเท่าไหร่ ก็เลยตัดสินใจกลับไปทำที่เดิมครับ

ตอนที่ตัดสินใจไปเรียนต่อที่ UK ทำไมถึงเลือกเป็นที่ University of Strathclyde คะ
  • เหตุผลที่ตัดสินใจไปเรียนที่ UK คือ ผมไม่เคยไปใช้ชีวิตที่ยุโรปมาก่อน แล้วระยะเวลาเรียนของที่ UK ใช้ระยะเวลาแค่ 1 ปี ผมเลือกที่จะไปเรียนต่อที่ Scotland ก็เพราะว่าผมชอบวัฒนธรรมและธรรมชาติของที่ Scotland และที่เลือก University of Strathclyde เพราะว่า Ranking ด้าน Accounting & Finance ของที่นี่อยู่อันดับ 1 (2018) ค่าเรียนของที่นี่ก็ไม่ได้แพงมาก และค่าครองชีพของเมือง Glasgow ไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับ London หรือที่อื่น ๆ

ตอนที่เรียนชอบวิชาอะไรบ้าง
  • วิชาที่ชอบที่สุด คือ International Financial Markets & Banking เพราะอาจารย์เก่ง และมีความรู้เยอะมาก ถึงแม้ว่าเขาจะค่อนข้างเข้มงวดเรื่องคะแนน และเราก็ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เกี่ยวกับระบบ Financial Market คืออาจารย์จะเน้นแง่มุมของทางฝั่งยุโรป แต่ว่าก็จะมีที่เกี่ยวข้องกับประเทศอื่นทั่วโลกด้วย แล้วก็ได้เรียนรู้เรื่อง Banking ต่าง ๆ อาจารย์เขาจะชอบมี case study เรื่องต่าง ๆ มาเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนมีเหตุการณ์ crisis อะไรบ้าง ผมรู้สึกว่าได้ความรู้จากวิชานี้มากที่สุด
  • แล้วก็ชอบตอนทำ Dissertation เพราะเราได้นำความรู้ที่ได้เรียนในเทอมแรกและเทอมที่สองมาใช้ในการทำ Dissertation เช่น การใช้ Financial Analysis ในการวิเคราะห์งบของบริษัท ซึ่งเราต้องรู้ทุกส่วนของบริษัทที่เราเลือกในการวิเคราะห์งบ อย่างตอนเที่เรียน เราจะได้เรียนทฤษฎีต่าง ๆ และทำโจทย์ แต่พอมาทำ Dissertation เราต้องนำข้อมูลจริง ๆ ของบริษัทมาวิเคราะห์เอง ซึ่งทำให้ผมเข้าใจทฤษฎีมากขึ้น แล้วตัว Dissertation ที่ผมทำก็ยังสามารถนำมาใช้ในการทำงานได้ด้วย



เพื่อน ๆ ใน
Class มีทั้งหมดกี่คน แล้วส่วนใหญ่มาจากประเทศไหนกันบ้าง
  • ประมาณ 90 ครับ ส่วนใหญ่จะมาจากจีนประมาณ 70% มีเพื่อนคนไทย 5 คน แล้วก็มีมาจากฝรั่งเศส แอฟริกา และมีมาจากอเมริกา 1 คน

เพื่อน ๆ ในสาขา จบด้าน Accounting มาเหมือนกันหมดเลยมั้ยคะ คนที่ไม่ได้จบ Accounting มาเรียนได้มั้ย
  • ผมว่า 95% ของคนเรียนคอร์สนี้เลยนะที่มีพื้นฐานด้าน Accounting มาก่อน เพราะถ้าเป็นคนที่มีพื้นฐานด้านอื่นมา เขาจะไปเรียนแนว Finance หรือ Investment มากกว่า มีไม่กี่คนใน Class ที่ไม่ได้จบบัญชีมาก่อน
  • ถามว่าถ้าไม่ได้จบ Accounting มา หรือเคยเรียนบัญชีมาแค่ 1-2 ตัว ผมว่าก็เรียนได้นะครับ เพราะหลักสูตรของ Accounting มันไม่ได้ยาก และเนื้อหาไม่ได้ Advanced มาก จริง ๆ อาจจะเป็นเพราะผมทำงานด้านนี้มาก่อนด้วย ก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ได้ต่างกันมาก อย่างวิชา Management Accounting  ผมรู้สึกว่าตอนทำงาน มันเกี่ยวข้องกับวิชานี้เยอะมาก ซึ่งตอนเรียนเราก็จะได้เรื่องของทฤษฎีเพิ่มมากขึ้น ทำให้เข้าใจในสิ่งที่ทำงานมากขึ้น แต่ผมว่าเราก็ต้องขยัน และฝึกทำโจทย์บ่อย ๆ ก็เลยมองว่าถึงจะไม่มีพื้นฐานด้าน Accounting แต่จบเป็นแนว Economics มาก็ยังสามารถเรียนได้ หรือต่อให้บางทีคนที่จบ Accounting มา ถ้าไม่ขยันก็เรียนไม่ผ่านเหมือนกัน

ลักษณะการเรียนของคอร์สนี้เป็นยังไงบ้างคะ ในแง่ของสัดส่วน Lecture, Assignment และข้อสอบ
  • ส่วนใหญ่จะเรียน Lecture ก่อนครับ หลังจากนั้นทุกสัปดาห์หลังเรียนจบ เขาจะมี Tutorial แบบฝึกหัด แล้วก็แบ่ง class เป็นกลุ่ม ๆ เพื่อให้อาจารย์มาสอน และเฉลยโจทย์ ซึ่งทำให้เราเข้าใจมากขึ้น ปีที่ผมไปเรียน จะมีงานกลุ่มอยู่เทอมละงาน ส่วนวิชาที่เหลือก็จะเป็นสอบ โดยช่วงมิดเทอมจะมีทั้งแบบเขียนตอบ Essay และกากบาท ส่วนไฟนอลจะแบ่งเป็น Essay กับคำนวณ
  • โดยรวมก็คือเรียน Lecture ก่อน แล้วนำทฤษฎี หรือความรู้ที่ได้ไปใช้กับตัวงานที่อาจารย์สั่ง สำหรับผมก็คล้าย ๆ แบบนี้นะ แต่ว่าเราก็ต้องไปศึกษาเพิ่มเองด้วย เพราะสิ่งที่อาจารย์สอนอาจจะไม่ได้ Cover ทั้งหมด ตอนเทอมสอง ก็ต้องไปอ่าน Research Paper เอง แล้วเอามาอ้างอิงในการเขียนรายงาน ผมรู้สึกว่าที่ต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะเลย คือเรื่องของการเขียนรายงาน คือเราต้องอ่านเยอะ ๆ แล้วนำสิ่งที่อ่านมาเขียนอ้างอิงในการเขียนรายงาน เช่น ประโยคนี้เราเอามาจากเรื่องอะไร ก็ต้องอ้างอิงตลอด ซึ่งในบางครั้งเราไม่สามารถที่จะใช้ไอเดียของเราได้ หรือถ้าเรามีไอเดียแบบนี้ ๆ เราก็ต้องหาเหตุผลมาสนับสนุน เลยรู้สึกว่าต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะ เพราะมันต่างจากตอนเรียนที่ไทยตรงที่เราคิดยังไงก็สามารถเขียนไปได้เลย แต่เรียนที่นี่คือเราต้องขยันหาข้อมูล เพื่อนำมาสนับสนุนไอเดียของเรา
  • ส่วนตัวคิดว่า วิชาบังคับในเทอมแรกจะเป็นแนววิชาปรับพื้นฐาน แล้ววิชาในเทอมสองก็จะยากขึ้น ผมว่าแทบทุกวิชาของเทอมสองมันเชื่อมมาจากวิชาในเทอมแรกเลย เลยรู้สึกว่าต้องขยันตลอด ตั้งใจเรียนให้มากที่สุด



งานกลุ่มที่ได้ทำเทอมละวิชานั้นเราแบ่งกลุ่มเอง หรือว่าอาจารย์แบ่งกลุ่มให้คะ
  • ในเทอมแรก ของผมอาจารย์เลือกให้ครับ จะเป็นวิชา Accounting & Financial Analysis ส่วนเทอมสองเราเลือกเองได้ จะเป็นวิชา Advanced Corporate Finance & Applications ผมเข้าใจว่าแต่ละปีอาจารย์จะให้โจทย์ที่แตกต่างกัน อย่างงานกลุ่มตอนเทอมแรก อาจารย์จะให้บริษัทมา แล้วก็วิเคราะห์งบว่าเราจะเลือกลงทุนกับบริษัทไหน

สิ่งแวดล้อมและบรรยากาศในการเรียนเป็นยังไงบ้างคะ
  • ถ้าเป็นคอร์สแนว Investment กับ Finance คนยุโรปจะเยอะ เขาก็จะแย่งกันตอบ อย่างตอนเทอมแรก ผมจะได้เรียนรวมกับสาขาอื่นด้วย ก็จะได้เจอเพื่อน ๆ ต่างชาติเยอะ แต่พอเป็นเทอมสองก็จะแยกตามสาขาไป แต่จะมีบาง Class ที่เพื่อน ๆ ใน Class เขาไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะภาษาด้วย

อาจารย์แต่ละท่านเป็นยังไงบ้างคะ Support หรือเข้าหาง่ายมั้ย และตัดเกรดโหดมั้ยคะ
  • ถ้าเกิดเรามีคำถาม อาจารย์เขาจะมีชั่วโมงว่างให้เราสามารถเข้าไปถามได้ หรือเวลาเราทำการบ้านแล้วไม่เข้าใจตรงไหน อาจารย์เขาก็พร้อมรับฟัง พร้อมสอนนะครับ หรือเราจะส่งอีเมลไปถามเขาก็ได้ ผมว่าอาจารย์เขาไม่ได้ตัดเกรดโหดมากนะ อย่างมิดเทอม ถ้าเราทำแบบฝึกหัดของปีก่อน ๆ ซึ่งอาจารย์อาจจะมีพลิกแพลงโจทย์บ้าง ทำ Tutorial ที่อาจารย์มอบหมายให้ ยังไงก็ทำได้ แต่ตรงที่เป็นข้อเขียน จะต้องเตรียมตัวดี ๆ จำแนวทางไว้ว่าอาจารย์จะถามเรื่องอะไร แล้วเราก็เตรียมไป คือเราก็ต้องฝึกเขียนเอาไว้

ในส่วนของ Dissertation ยากมั้ยคะ ต้องทำเป็นงานกลุ่มหรืองานเดี่ยว มีขั้นตอนเป็นยังไงบ้างคะ
  • ผมทำเป็นงานเดี่ยวครับ คือจะได้ทำเป็น Empirical Research Projects กับ Financial Analysis of a Company ซึ่งตัวนี้จะเป็น Dissertation อย่างงานแรก Empirical Research Projects จะเกี่ยวกับ Finance ต้องใช้สถิติในการหาผลลัพธ์ ส่วนงานที่สอง Financial Analysis of a Company จะได้วิเคราะห์งบของบริษัท อาจารย์จะมีบริษัทมาให้เลือก แล้วเราก็เลือกมา 1 บริษัท แล้ววิเคราะห์ว่า Performance ของบริษัท โครงสร้าง และ Accounting Policy ของบริษัทเป็นยังไง ผมว่ามันค่อนข้างกดดัน เพราะเวลาที่ทำค่อนข้างสั้น คือถ้าเรารู้หัวข้อแล้วต้องทำเลย ต้องตั้งใจทำ และมันยากตรงที่เราต้องมา Paraphrase เนื้อหา ซึ่งบางครั้งคำศัพท์มันเป็น Technical Term เราก็ต้องมาเปลี่ยนคำเพื่อป้องกัน Plagiarism ด้วย
  • ในส่วน Project ชิ้นที่สอง คือเราจะไม่ได้เข้าไปคุยกับบริษัทนั้น ๆ ครับ แต่ว่าเราจะได้นำข้อมูลจากบริษัทมาทำ Project จะใช้ Software ของ Bloomberg ในการดูข้อมูลของบริษัทนั้น ๆ คือทางสาขาเขาจะลิสต์รายชื่อบริษัทมาให้เราเลือก ซึ่งบริษัทจะมีหลากหลายประเภทเลยครับ
  • ถ้าเป็น Empirical Research Projects จะได้เขียนประมาณ 7,000 คำ ส่วน Financial Analysis of a Company ประมาณ 10,000 คำครับ

นอกเหนือจากวิชา Financial Analysis of a Company ที่ได้ทำ Project กับบริษัท มหาวิทยาลัยมี Service ที่ช่วยดูหรือหาที่ฝึกงาน เพื่อทำ Project กับบริษัทมั้ยคะ
  • มหาวิทยาลัยก็มี Career Service ที่ให้มาปรึกษาเรื่องงาน การทำงาน ช่วยเขียน Resume ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นน้อง ๆ ปริญญาตรีไม่ก็คนที่อยากทำงานที่ UK มากกว่าครับที่เขาสนใจ Service นี้



ความรู้และประสบการณ์อะไรบ้างที่ได้มาจากการไปเรียน ที่คิดว่ามีประโยชน์และได้ใช้กับการทำงานมากที่สุด
  • สำหรับผมรู้สึกมันมีประโยชน์ตั้งแต่เราเลือกที่จะไปเรียนแล้ว ผมว่าขึ้นอยู่กับตัวเราด้วยว่าเราจะใช้เวลากับ 1 ปียังไงให้คุ้มค่าที่สุด ทั้งเรื่องสังคม เพื่อน ๆ รวมถึง Connection ที่เราจะได้รับ ประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างประเทศ ได้เจอกับสิ่งใหม่ ๆ ได้ช่วยเหลือตัวเอง ผมว่าเป็นสิ่งที่จะได้รับมากกว่าการจะไปเรียนอย่างเดียว ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ไปเรียน ถ้ามีเวลาว่างก็ไปเที่ยวบ้าง เพราะสถานที่ท่องเที่ยวใน Scotland สวยมาก

เห็นว่าได้เป็นนักกีฬามหาวิทยาลัยด้วย ช่วยเล่าประสบการณ์ให้ฟังหน่อยได้มั้ยคะ
  • ผมได้เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยไปแข่งแบดมินตันครับ ช่วงซ้อม ก็จะเจอน้อง ๆ นักกีฬาปริญญาตรี และนักกีฬาทีมชาติ Scotland แล้วก็ทุกวันเสาร์จะต้องไปแข่งตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ใน Scotland คือก่อนจะได้เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัย เราก็ต้องไปเข้าชมรมก่อน และมีการคัดตัวว่าผ่านมั้ย

มีความประทับใจอะไรเกี่ยวกับการไปเรียนที่นี่บ้างคะ
  • การเดินทางสะดวกสบายมากครับ มหาวิทยาลัยอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกมาก ไม่ต้องใช้บริการรถเลย สามารถเดินไปได้ คนที่ Glasgow ก็ friendly มาก ๆ ถึงสำเนียงของคนท้องถิ่นเขาอาจจะฟังยากหน่อย แต่อย่างในมหาวิทยาลัย อาจารย์เขาจะมาจากหลาย ๆ ประเทศ สำเนียงก็จะหลากหลาย ส่วน Facilities ของมหาวิทยาลัยก็ดีนะครับ คอร์สเรียนก็ตอบโจทย์ในสิ่งที่ผมอยากเรียน

คิดว่าคอร์สนี้เหมาะกับใครบ้างคะ และมีอะไรอยากฝากถึงน้อง ๆ ที่กำลังสนใจคอร์สนี้มั้ยคะ
  • ผมแนะนำว่าอยากให้มีประสบการณ์ทำงานมาบ้าง เพราะจะได้เห็นภาพมากขึ้นว่ามันเป็นยังไงน่ะครับ และอยากจะฝากว่า เมื่อน้อง ๆ ตัดสินใจและได้โอกาสมาเรียนที่ต่างประเทศ มันดูเหมือนจะนาน แต่จริง ๆ แล้วมันสั้นนะ เลยอยากให้น้องใช้ชีวิตให้มีความสุข ตั้งใจเรียน ถ้ามีเวลาก็ไปเจอเพื่อน ๆ ไปเที่ยวบ้าง ใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด เพราะว่ามันเป็นโอกาสดี ๆ ที่จะได้ไปเจอเพื่อนใหม่ ทำกิจกรรมด้วยกัน เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คืออย่าทิ้งการเรียน แล้วประสบการณ์เราก็จะมากขึ้น ความคิดเราก็จะโตขึ้นด้วย
  •  
 

สำหรับน้องๆที่สนใจเรียนต่อด้าน International Accounting and Finance หรือสมัครเรียนที่ University of Strathclyde สามารถลงทะเบียนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่างนี้เลยค่ะ"

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม


*แมคดูเคชั่น สถาบันส่งเสริมการศึกษาต่อสก็อตแลนด์
ก่อตั้งขึ้นโดยศิษย์เก่าสก็อตแลนด์ และเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยสก็อตแลนด์ทุกแห่ง ที่เดียวในประเทศไทย แมคดูเคชั่นมีทีมที่ปรึกษาที่เป็นศิษย์เก่าและอดีตเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยต่างๆในสก็อตแลนด์ ได้รับความสนับสนุนทางการเงินโดยตรงจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐ นักเรียนสามารถขอรับคำแนะนำจาก McDucation โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในทุกขั้นตอน