พาเที่ยว Scotland ตอนที่ 5.1 - ปิดท้าย รีวิว GLASGOW เมืองสำหรับขาช็อปและสายเที่ยว เค้าว่าคนเมืองนี้ friendly ที่สุดในโลกด้วย | รีวิว Scotland 6 เมือง 12 มหาลัย [Aberdeen-Stirling-Dundee-St Andrews-Edinburgh-Glasgow]
News & Events | ข่าวสารกิจกรรม
พาเที่ยว Scotland ตอนที่ 5.1 - ปิดท้าย รีวิว GLASGOW เมืองสำหรับขาช็อปและสายเที่ยว เค้าว่าคนเมืองนี้ friendly ที่สุดในโลกด้วย | รีวิว Scotland 6 เมือง 12 มหาลัย [Aberdeen-Stirling-Dundee-St Andrews-Edinburgh-Glasgow]

รุ่งเช้าในเมืองเอดินเบอระคือเวลาออกเดินทางอีกครั้ง คราวนี้เป็นครั้งสุดท้ายและปลายทางคือเมืองที่เราชอบที่สุด นั่นก็คือ Glasgow ค่ะ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สนุกที่สุด คนใจดีที่สุด (ได้โหวตเป็นที่ 1 ของโลกเรื่องความเป็นมิตรกับคนต่างชาติ) เป็นแหล่งรวมร้านอาหาร ที่ชอปปิ้ง ผับ มีชื่อโด่งดังเรื่องศิลปะและดนตรี (UNESCO's City of Music) แถมยังเป็นเมืองที่มีสัดส่วนวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์สูงสุดใน UK ด้วยนะ รอบนี้เดินทางด้วยรถบัส (มาแล้วก็ลองให้หมด ฮ่า ๆ) ออกจากที่พักโดยการบริการอย่างอบอุ่นจากคุณลุง (และเจ้าเหมียว) เจ้าของที่พักที่แสนจะใจดี ตั้งแต่เรียกแท็กซี่ ยกกระเป๋า และยืนส่งเราขึ้นรถพร้อมอวยพรให้เราโชคดีและเรียกเราด้วยคำที่ไม่คุ้นหูแต่กลับชอบว่า ‘Young Lady’

รีวิว Glasgow

หน้าตาของเจ้าเหมียวที่มานั่งส่งเราค่า 5555 เป็นแมวของคุณลุงเจ้าของที่พักค่ะ

เรียนต่อ Glasgow 

มาถึง Bus Station เร็วไปหน่อยก็เลยนั่งรอไปพักนึงค่ะ ระหว่างรอก็ได้สังเกตว่าตารางเดินรถของเขานี่ตรงราวกับไม้บรรทัด เวลาที่เข้ามาถึงก็ไม่มีเลท เวลารถออกก็ไม่มีรอใคร แจ้งไว้บนจอแสดงเที่ยวรถยังไงก็ตามนั้นเลยค่ะ เมื่อถึงรอบของเราก็เอากระเป๋าไปเก็บใต้รถ และเมื่อรถออกเดินทาง...เราก็หลับอีกแล้วค่ะ ไม่รู้ง่วงอะไรขนาดนั้น ฮ่าๆ

 รีวิว เรียนต่อ Glasgow

เมื่อมาถึง Buchanan bus station เมือง Glasgow สิ่งแรกที่เราทำก็คือหาแท็กซี่ค่ะ ซึ่งก็ไม่รู้ว่ายังไงเราหาไม่เจอเลยสักคัน ไม่ใช่ไม่รับผู้โดยสารนะคะแต่ไม่เจอเลยจริง ๆ ค่ะ เดินลากประเป๋าไปซ้ายไปขวาอยู่พักนึงจนมาเจอคุณลุงท่านนึงเป็นคนท้องถิ่นพอดี เขาเข้ามาถามเราก่อนเลยว่าหลงหรือเปล่า เราเลยบอกไปว่าไม่ใช่และกำลังหาแท็กซี่ค่ะ เพียงเท่านั้นเขาก็พาเราเดินลากกระเป๋าใบใหญ่ไปจนถึงจุดที่แท็กซี่จอดกันอยู่เต็มไปหมด ซึ่งเป็นคนละทางกับที่ลุงเขาจะไปเลยค่ะ แต่ก็ยังใจดีเดินพาเรามาจนถึงที่โดยไม่อิดออด แถมยังดูเต็มใจจะช่วยเหลือสุด ๆ น้ำตาจะไหลเลยตอนนั้น เพราะก่อนหน้าจะเจอคุณลุงเราก็มีถามอยู่หลายคนค่ะ แต่ส่วนใหญ่ไปจิ้มเจอนักท่องเที่ยวทั้งนั้นเขาเลยช่วยอะไรไม่ได้มากแม้จะอยากช่วยก็ตาม พอเจอคนใจดีขนาดนี้ก็ทำเอาเราซึ้งใจจริง ๆ ค่ะ

  รีวิว Strathclyde

 

ถึงที่พักและเช็กอินเรียบร้อยเราก็ออกมาทัวร์ U of Strathclyde ก่อนเลยค่ะ University of Strathclyde เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้าน Business และ Engineering โดยแคมปัสตั้งอยู่กลางเมือง Glasgow เลย เดินทางสะดวกสุด ๆ เดินแปปเดียวก็ถึงแหล่งช็อปปิ้งอย่าง Buchanan Street แล้ว ใกล้ ๆ ยังมี Underground กับสถานีรถไฟด้วยนะ นั่งไปลงฝั่ง West End ได้ (อ้อ! จะบอกว่ารอบ ๆ มหาวิทยาลัย ของกินเยอะมากกก)
เรียนต่อ Strathclyde

 

ตึกเรียนของที่ Strathclyde จะเป็นแนว Modern มากกว่า ตึกที่เก่าที่สุดของที่นี่มีชื่อว่า Royal College Building ช่วงที่ไปยังเป็นช่วงที่ตึกกำลังซ่อมอยู่พอดีค่ะ เลยไม่ได้เห็นตัวอาคารแบบเต็ม ๆ เท่าไหร่ แต่ว่าข้างในบางส่วนก็ยังเปิดใช้งานตามปกตินะ ข้างในตึกส่วนใหญ่จะเป็นพวกห้องเรียน ห้องแล็บของ Engineering แล้วก็ของ Science บางส่วน

  รีวิว เรียนต่อ Strathclyde

 

ข้าง ๆ กันจะเป็น John Weir Building ซึ่งเป็นตึกของ Engineering เหมือนกัน ช่วงที่ไปยังเป็นช่วงที่ปิดเทอมอยู่ เลยมีโอกาสเข้าไปดู Facility ต่าง ๆ ด้วย อย่างของที่ตึกนี้ เขาจะแบ่งเลยว่าชั้นนี้เป็นของ Department ไหน

  รีวิว Edinburgh


 

   รีวิว เรียนต่อ Edinburgh

ห้องแล็บต่าง ๆ ภายในตึก แล็บพวกนี้จะเป็นของ Department of Civil & Environmental Engineering ค่ะ ตอนไปดูก็ยังมีนักเรียน PhD เข้ามาทำ Project ของตัวเองกันอยู่ (แอบตกใจนิดหน่อย ตอนอาจารย์พาเดินเข้าไปดูแล้วเจอคอมพิวเตอร์กำลังรันโปรแกรม แต่ไม่มีคนอยู่ในห้องเลย ฮ่า ๆ )

   รีวิว Edinburgh University


 

  เรียนต่อ Edinburgh University

ห้องแล็บของ Department of Mechanical and Aerospace Engineering บอกเลยว่าเครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการทดลอง หรือทำ Project ของที่นี่มีเยอะมาก แถมยังมีห้องแล็บที่ใหญ่มาก ๆ เหมือนเอาโรงงานมาตั้งไว้จริง ๆ ด้วย

 


 

  รีวิว เอดินเบอระ

บรรยายกาศรอบ ๆ มหาวิทยาลัยนะคะ ภาพแรกจะเป็นตึกของ Strathclyde Business School ส่วนภาพที่สองจะเป็น Strathclyde Institute of Pharmacy and Biomedical Sciences โดยภายในอาคารจะเป็นทั้งห้องเรียน และห้องแล็บเหมือนกัน

  รีวิว University of Edinburgh


 

ห้องแล็บของ Pharmacy ค่ะ เดินเข้ามาก็แอบสะดุ้งเหมือนกันนะ

  เรียนต่อ University of Edinburgh

 

บรรยากาศในห้องแล็บของที่นี่เงียบกว่าของที่ Engineering หน่อยค่ะ แต่ที่ตลกคือแทนที่จะเปิดเข้ามาแล้วเจอห้องแล็บเงียบ ๆ กลับกลายเป็นว่าในห้องกำลังเล่นเพลงของ Whitney Houston อยู่ น่าจะมีคนเปิดทิ้งไว้ (อาจารย์ที่พาชมถึงกับแซวว่า ทำแล็บนี่จำเป็นต้องสุนทรีย์กันขนาดนี้ไหม ฮ่า ๆ )

 

ในวันที่สองก็คือมีทัวร์ U of Glasgow ก่อนเลยค่ะ เมื่อมาถึงหน้ามหาวิทยาลัยก็คือตาค้างไปเลย ชอบมาก สวยมากค่ะ ถึงแม้อากาศจะเย็น ๆ หน่อยแต่ก็เดินชมได้สบายมาก ๆ ค่ะ 

  U of Edinburgh รีวิว



 

โดยส่วนตัวคือชอบสถาปัตยกรรมที่เมืองกลาสโกว์มาก ๆ สวยแบบสวยมากค่ะ (มันก็อาจจะดูอวย ๆ หน่อย แต่ไม่ปฏิเสธค่ะเพราะอวยจริง 555)

  Edinburgh University รีวิว



  Review Edinburgh University

ที่นี่เรียกว่า Bute Hall ค่ะ เป็นที่สำหรับจัดพิธีรับปริญญาบัตร ซึ่งหากเป็นวันรับจริงจะมีกล้องไว้จับภาพผู้สำเร็จการศึกษาทุกคนเวลาลงจากบันไดตลอดเวลาเลยค่ะ


 


 

  Edinburgh Review

กลิ่นอายแบบปราสาทมันให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ฮอกวอตส์เลยค่ะ แอบมือสั่นจริง ๆ 555 เหมือนหลุดไปอยู่ในโลกเวทมนตร์เลย (เอ...หรือว่านี่คือฮอกวอตส์จริง ๆ หรือเปล่านะ)

 



 

ณ จุดนั้นถ้ามีไม้กวาดในมือก็คือเลือกบ้านเลยนะคะ เราเคยเล่นใน pottermore ได้บ้าน Slytherin ค่ะ...ร้ายกาจ!

 


เอาล่ะ วันนี้จะมีแข่งควิชดิชระหว่างบ้านไหนกับบ้านไหนนะ? (ความแฟนเกิร์ลนี้ 555)

 


 

The Hunterian Museums จะตั้งอยู่ที่แคมปัส Gilmorehill ค่ะ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันอังคาร - วันเสาร์ เวลา 10.00 – 17:00 และวันอาทิตย์ เวลา 11:00 - 16:00 ซึ่งจะปิดทำการในทุกวันจันทร์ค่ะ และเรา...ไปวันจันทร์ค่ะแงงง ไม่ได้เข้าอ่า เสียดายเลย TT ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เข้าชม ฟรี! นะคะ

 

อันนี้จะเป็น Student Services ค่ะ เข้ามาก็คือสามารถปรึกษา ขอคำแนะนำ หรือมีปัญหาอะไรก็สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ที่นี่ได้เลยค่ะ

 



 

แล้วก็ที่นี่ยังมี facilities ที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนนักศึกษาอีกด้วย


Student Services นี้ เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ - วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 07:00 - 17:00 ค่ะ

 



 

อีกทั้งหากเดินลงไปชั้นล่าง จะมีศูนย์บริการทางการแพทย์ NHS สำหรับนักเรียนอยู่ภายในตัวมหาวิทยาลัยเลยค่ะ หากเจ็บป่วยเบื้องต้นสามารถมาสอบถามหรือขอความช่วยเหลือจากที่นี่ก่อนไปโรงพยาบาลจริง ๆ ได้เลยค่ะ

 



 

ถัดไปทางซ้ายมือจะเป็น McMillan Reading Room หรือรู้จักกันในอีกชื่อ Round Reading Room ค่ะ 
 

 

อย่างถ้าเป็นมหาวิทยาลัยบ้านเขาก็จะต่างจากมหาวิทยาลัยบ้านเราส่วนใหญ่หน่อย ตรงที่ตึกเรียนหรืออาคารต่าง ๆ ของตัวมหาวิทยาลัยจะไม่ได้อยู่ในรั้วเดียวกันค่ะ อยู่ในระแวกเดียวกันแต่ก็จะมีถนนตัดผ่านเหมือนมหาวิทยาลัยของเราบางแห่ง เช่น เทคโนลาดกระบัง 

 



ถ้ามองไปทางด้านหลังจะเห็นตึกสไตล์โมเดิร์นเยอะเลย เมืองกลาสโกว์นี้มีความผสมผสานความยุคใหม่กับกลิ่นอายแบบเก่า ๆ ไว้ด้วยกันอย่างสวยงามและลงตัวเลยค่ะ

 


 

 

พักกลางวันทางเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยก็พาไปกินร้านอาหารไทยกันค่ะ ชื่อ Thai Siam ซึ่ง...พนักงานในร้านเป็นคนไทยเลยค่ะ /น้ำตาจะไหล ก็คือพูดไทยเลยค่ะตอนนั้น ฮ่าๆ เสร็จแล้วก็มีทัวร์ต่ออีกนิดหน่อยค่ะ

 

ภาพ U of Glasgow จากมุมด้านนอกตัวมหาวิทยาลัยค่ะ เราชอบความปราสาทของมหาวิทยาลัยที่นี่มาก ๆ เลย ><

 

แล้วเราก็เดินกลับที่พัก แต่ระหว่างทางก่อนจะถึงที่พักเราเลยก็คือเป็นเนินค่ะ เนินสูงมากกกก เหนื่อยมากกกก บางช่วงเนินชันจริง ๆ ค่ะแบบหวั่นกลัวลื่นเหมือนกัน แต่ก็รู้สึกดีค่ะเพราะอยู่ไทยไม่ค่อยได้ทำ ถือว่าได้ออกกำลังไปในตัว ฮ่าๆ อากาศบ้านเรามันเดินเล่นแบบนี้ไม่ได้อะค่ะ แสงแดดแผดเผาสุด ๆ 555

 

ระหว่างพักหายใจที่ห้องก็นัดแนะกับนักเรียนที่ทาง McDucation ดูแลเพื่อมาพบปะพูดคุยกันค่ะ ด้วยความที่เราไปครั้งแรกก็เลยดูแลเราดีมาก มารับถึงหน้าที่พักเลยทีเดียว เสร็จแล้วก็พากันนั่งรถเข้าไปในตัวเมืองค่ะ ผู้คนขวักไคว่ครึกครื้นอยู่ตลอดค่ะ ที่สำคัญเลยคือสถาปัตยกรรมรอบ ๆ สวยมาก

 

พี่ผู้ชายด้านซ้ายชื่อ ออร์แกน ค่ะ เรียน MSC Transnational Crime, Justice & Security - University of Glasgow ส่วนพี่ผู้หญิงชื่อ กิฟต์ เรียน LLM Intellectual Property and the Digital Economy ที่ University of Glasgow เช่นเดียวกันค่ะ

 

และเราก็ประเดิมที่แรกด้วย Glasgow Cathedral เรียกได้ว่าเป็น Landmark ที่ใครมา Glasgow ไม่ควรพลาด จริง ๆ โบสถ์ตั้งอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัย Strathclyde เลยค่ะ ถ้าใครว่าง ๆ มาเดินเล่นได้นะ

 


 

 


 

 

Landmark ที่ Glasgow เยอะมากเลย เที่ยววันเดียวก็ไม่หมด ฮ่า ๆ ถ้านั่งบัสเลยนอกเมืองกันออกมาหน่อยก็จะเจอกับ Riverside Museum ค่ะ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ พาหนะต่าง ๆ ที่ใช้ในสมัยก่อนค่ะ

 


 


 

 

อีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดกันเลยนั่นก็คือ Kelvingrove Art Gallery and Museum นั่นเองค่ะ Kelvingrove Art Gallery and Museum เป็นพิพิธพัณฑ์ที่รวบรวมผลงานจากศิลปินชื่อดังหลายท่านเลยค่ะ อีกทั้งยังมีโซนที่เล่าเรื่องราวความเป็นมาของ Scotland เหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ หรือจะเป็นโซนที่บอกเล่าเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ อีกด้วย

 


 

 

หลังจากเดินกันจนพอใจแล้วท้องก็เริ่มร้องค่ะ พี่ ๆ เขาพามาร้านราเมงที่นึงค่ะ ตอนสั่งก็ไม่ได้คิดอะไรมาก พอจานเรามาเสิร์ฟจริง ๆ ก็แอบช็อกไปเหมือนกัน ชามใหญ่มากเยอะมาก แค่มองก็อิ่มแล้วค่ะ

 





 

กินเสร็จก็เย็นมากแล้ว พี่ ๆ เขาก็เลยพาทัวร์อีกหน่อย คือทางเดินอันนี้ชันจริง ๆ ตามในรูปคือเดินลงสบายมาก ๆ ค่ะ แต่ถ้าเดินขึ้นล่ะก็...มีหอบกันไปข้างนึงแหละค่ะ 555
 

  

 

และขอซ้ำอีกทีได้ไหมคะว่าสิ่งก่อสร้างที่นี่มันสวยจริง ๆ นะ TT

 





 

ม้านั่งสาธารณะก็คือสะอาดสะอ้านใช้งานได้อย่างสบายใจจริง ๆ






 



 

และแล้วเย็นวันนั้นเราก็มาจบกันที่ผับแห่งหนึ่งค่ะ ชื่อ The Old School House ชอบบรรยากาศมาก ๆ เหมือนอย่างที่เห็นในหนังหรือซีรีส์เลยค่ะ สวยด้วย

 








 

อันนี้เป็นเครื่องดื่มเราค่ะ พี่เขาสั่งมาให้เลยเป็น ม็อกเทล เพราะเราออกตัวแต่แรกว่าไม่ดื่มแอลกอฮอล์ค่ะ ^^ อร่อย หอม หวาน จิบได้เรื่อย ๆ เลยค่ะ

 

คุยกันไปเรื่อย ตั้งแต่เรื่องเรียน ความเป็นอยู่ระหว่างที่เรียนอยู่ที่นี่ รวมไปถึงเรื่องจิปาถะต่าง ๆ คุยกันสนุกมากจนแทบลืมเวลา แต่พอตัดสินใจจะกลับช่วงสองทุ่มฝนก็ดันเทลงมาอย่างหนักเลยค่ะ ติดแหง็กนั่งเม้ากันต่อไป พอเริ่มค่ำคนก็เริ่มเยอะขึ้นค่ะ มาดื่มและพบปะพูดคุยเหมือนเราก็ใช่ค่ะ แต่อีกเหตุผลนึงคือมาดูบอลกันค่ะ ฮ่า ๆ จนเมื่อฝนซาและเวลาก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าพวกพี่ ๆ เขาก็เดินมาส่งเราถึงหน้าที่พักเช่นเดิมเลยค่ะ

 

สำหรับวันที่ 3 ในเมืองกลาสโกว์นั้น...Glasgow School of Art คือที่ที่เราจะไปทัวร์ในวันนี้ค่ะ ตอนเราไปจะแอบหาตึกยากนิดนึงค่ะ เพราะกำลังมีการซ่อมแซมและก่อสร้างอาคารอยู่บริเวณนั้น ภายใน Reid Building ซึ่งเป็นจุดนัดพบและเริ่มทัวร์ก็มี Facilities ต่าง ๆ สำหรับนักเรียนออกแบบมากมายเลยค่ะ

 



ภาพหน้าทางเข้าและเคาน์เตอร์ Reception ค่ะ เจ้าหน้าที่พาเราไปรับบัตร Visitor เพื่อใช้ในการเข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วก็เริ่มการทัวร์ทันทีเลยค่ะ

 



ที่แรกที่แวะชมเลยก็คือ Auditorium แห่งนี้ค่า ซึ่งหลังจากผ่านทางเข้ามาก็ลงไปตามทางขวามือ ตามลูกศรในภาพก่อนหน้าได้เลยค่ะ

 

หลังจากลงล่างไปแล้ว ถัดมาก็คือการขึ้นบนนั่นเอง เดินขึ้นมาหน่อยก็จะเจอเข้ากับคาเฟ่สำหรับบุคลากรของสถาบันและนักศึกษาค่ะ จะมองเห็นเลยว่าฝั่งตรงข้ามกำลังมีการก่อสร้างอาคารอยู่ วิวก็เลยจะเป็นอย่างที่เห็นค่ะ แต่ยังดีที่ช่วงเช้า ๆ ยังมีแดดออกอยู่บ้างเลยไม่มืดครึ้มเกินไปนัก


 


 



ห้องนี้จะเป็นห้องปฏิบัตรการสำหรับงานสิ่งทอค่ะ

 



 อันนี้จะเป็นโซนของ Product Design Engineering ค่ะ



และมีเจ้า Ultimaker เครื่องพิมพ์สามมิติตัวนี้ด้วย!

 







และห้องนี้ก็จะเป็นห้องปฏิบัติการงานฝีมือทั้งออกแบบและตีโลหะให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ ค่ะ

 

ระหว่างทางจะไม่ค่อยเจอนักเรียนเท่าไหร่ค่ะ พอมีบ้างประปราย อาจจะมีบางห้องที่มีผลงานของนักเรียนอยู่เราเลยไม่ได้ถ่ายมานะคะ เพราะยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน เพราะฉะนั้นเลยจะเป็นพวกอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้สำหรับการเรียนรู้เป็นส่วนใหญ่ค่ะ













ภาพนี้ใส่กรอบติดผนังไว้เฉย ๆ ค่ะ เราเห็นว่าสวยดีเลยขออนุญาตอาจารย์ถ่ายมาเก็บไว้ ^^

 

หลังจาก meeting เสร็จเราก็ดำเนินการทัวร์เมืองด้วยตัวเองอีกรอบปิดท้ายและซื้อของฝากค่ะ 







บริเวณตัวเมืองนี้ช้อปหรือร้านค้าต่าง ๆ จะครบครันเลยทีเดียว ตั้งแต่ร้านอาหาร เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ รองเท้า และอื่น ๆ อีกมากมายเต็มสองข้างทางเลยค่ะ และผู้คนก็ครึกครื้นมาก เดินกันขวักไคว่ไปหมดไม่เหงาเลยค่ะ

 







... มีต่อ ...
ติดตามตอนต่อไปกับ...

• พาเที่ยว Scotland ตอนที่ 5.2 - ปิดท้ายด้วย กลาสโกว์ เมืองสำหรับขาช็อปและสายเที่ยว เค้าว่าคนเมืองนี้ friendly ที่สุดในโลกด้วย :) [Aberdeen-Stirling-Dundee-St Andrews-Edinburgh-Glasgow] 

หรือย้อนอ่านตอนเก่าๆ ตอนที่ 1, 2, 3, 4 ได้ที่
 

 พาเที่ยว Scotland ตอนที่ 1 - พบกับอเบอร์ดีน เชียงใหม่แห่งสก็อตแลนด์ [Aberdeen-Stirling-Dundee-St Andrews-Edinburgh-Glasgow]

• พาเที่ยว Scotland ตอนที่ 2 - สเตอร์ลิง โคตรสเป๊คสำหรับคนชอบเมืองบรรยากาศน่ารักๆ ชิลได้ตลอดปี [Aberdeen-Stirling-Dundee-St Andrews-Edinburgh-Glasgow] 

• พาเที่ยว Scotland ตอนที่ 3 - ดันดี เมืองริมน้ำสวยจับตากับไอแดดอุ่น ๆ & แวะชม เซ็นแอนดรูวส์ มหาวิทยาลัยเก่าแก่สุดของสก็อต [Aberdeen-Stirling-Dundee-St Andrews-Edinburgh-Glasgow]

• พาเที่ยว Scotland ตอนที่ 4 - เอดินเบอระ เมืองหลวงและศูนย์ราชการของประเทศ จะทำไรต้องมาติดต่อที่นี่ [Aberdeen-Stirling-Dundee-St Andrews-Edinburgh-Glasgow] 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

CAPTCHA security code
*แมคดูเคชั่น สถาบันส่งเสริมการศึกษาต่อสก็อตแลนด์
ก่อตั้งขึ้นโดยศิษย์เก่าสก็อตแลนด์ และเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยสก็อตแลนด์ทุกแห่ง ที่เดียวในประเทศไทย แมคดูเคชั่นมีทีมที่ปรึกษาที่เป็นศิษย์เก่าและอดีตเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยต่างๆในสก็อตแลนด์ ได้รับความสนับสนุนทางการเงินโดยตรงจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐ นักเรียนสามารถขอรับคำแนะนำจาก McDucation โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในทุกขั้นตอน